คุณอยากให้ภาษาม้งดำรงอยู่กับชาวม้งตลอดไปหรือไม่?

“พวกเขากำลังสร้างค่านิยมให้พี่น้องม้งคนอื่นเห็นว่าภาษาของม้งนั้นไร้คุณค่า เหมือนพวกเขากำลังผลักดันให้ชาวม้งหันไปใช้ภาษาอื่นแทน”

คุณพ่ออีฟ ไบแตร ผู้ริเริ่มใช้อักขระละตินเขียนคำภาษาม้ง

วันนี้ผมขอนำเสนอบทความของคุณพ่อไบแตรที่เขียนลงในวารสารม้งเมื่อปี พ.ศ 2544 มาให้ทุกคนได้อ่านกันนะครับ บทความนี้คุณพ่อตั้งชื่อว่า “คุณอยากให้ภาษาม้งดำรงอยู่กับชาวม้งตลอดไปหรือไม่?”
คุณพ่อไบแตรเขียนไว้ว่า “พ่อเกิดในปี พ.ศ. 2464 ที่ประเทศฝรั่งเศส ดังนั้น พ่อจึงบอกไม่ได้ว่าพ่อเป็นคนม้งคนหนึ่ง แต่พ่อใช้ชีวิตอยู่กับชาวม้งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 จนถึงปี พ.ศ. 2544 รวม 51 ปีเต็ม พ่อจึงถือวิสาสะถามพวกเธอทั้งหลายที่เป็นชาวม้ง 2-3 คำถามว่า
คำถามที่ 1 เธอรักเผ่าพันธุ์ของเธอมากกว่าชนชาติอื่นใช่หรือไม่?
คำถามที่ 2 เธอรักภาษาม้งของเธอจริงไหม?
คำถาที่ 3 เธอสังเกตไหมว่าในประเทศที่เธออาศัยอยู่นั้น ภาษาม้งกำลังเริ่มสูญหาย ?
คำถาที่ 4 เธอเคยคิดมั้ยถ้าไม่มีใครใช้ภาษาม้งแล้วในภายภาคหน้าชื่อของชาวม้งจะหายไปจากสารบบ?
คำถามที่ 5 เธอมั่นใจมั้ยว่าชาวม้งอย่างเธอสามารถมีส่วนช่วยอนุรักษ์และสืบสานภาษาม้งต่อไปในภายภาคหน้าได้ ?
คำถามที่ 6 ทุกวันนี้เธอมีส่วนช่วยอนุรักษ์และสืบสานภาษาม้งให้คงอยู่หรือไม่?
พ่อหวังว่าพวกเธอจะให้คำตอบแก่ตัวเองสำหรับทั้งหกคำถามขั้นต้น แต่สำหรับพ่อแล้วพ่อขอตอบคำถามที่ 5 ให้พวกเธอได้รับรู้กัน ดังนี้ ถ้าชาวม้งในยุคสมัยนี้มีหัวใจที่เข้มแข็งเหมือนบรรพบุรุษ พ่อเชื่อว่าชาวม้งจะยืนยัดและเจริญรุ่งเรืองต่อไปได้ เราจะเห็นว่าชาวม้งรุ่นก่อนนั้นต้องเผชิญภัยคุกคามจากชาวจีนมาหลายพันปีแต่พวกเขาก็ยังยืนยัดถึงทุกวันนี้ ไม่ได้ถูกกลืนเป็นชาวจีนเหมือนชนเผ่าอื่นๆ
พ่อบอกเช่นนี้บางทีอาจมีบางคนแย้งพ่อว่า “ก็เมื่อก่อนนั้นประชากรน้อยกว่าสมัยนี้ ดังนั้น พวกเขาถึงต่างคนต่างอยู่กันได้ ดูสิ สมัยนี้แต่ละประเทศมีนโยบายกลืนกินชนกลุ่มน้อยให้เป็นประชากรของประเทศนั้นๆ ดังนั้น เราจึงต้องคล้อยตามไปด้วย”
พ่อจะตอบกลับไปว่า “ความจริงข้อนี้พ่อรู้ดี แต่สมัยนี้ยังมีหนทางอีกมากสำหรับคนที่มีจิตใจอยากสืบสานความเป็นตัวตนของเผ่าตนเอง ขอเพียงกล้าลุกขึ้นมาแล้วร่วมมือกัน”
สิ่งแรกที่จะช่วยอนุรักษ์สืบสานภาษาม้งไม่ให้สูญหาย คือ ตัวอักษรม้งที่พวกเราใช้กันทุกวันนี้ ตัวอักษรม้งที่พ่อกับอาจารย์คนอื่นช่วยกันสร้างสรรค์ขึ้นใน ปี พ.ศ. 2495 ที่หลวงพระบาง ประเทศลาว ตัวอักษรม้งที่หลายๆ คนเรียกกันคุ้นปากว่า อักษรม้งละติน แต่เดี๋ยวนี้พวกเราได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น อักษรม้งสากล ทำไมถึงเรียกอักษรม้งสากล? เพราะเป็นตัวอักษรที่ชาวม้งส่วนมากใช้กัน เท่าที่พ่อรู้น่าจะมีประมาณสองถึงสามหมื่นคนที่อ่านออกและเขียนได้ ไม่ว่าจะเป็นม้งขาว ม้งเขียวหรือม้งปัวก็สามารถอ่านกันได้เหมือนกันหมด ดังนั้น ใครที่ใช้เป็นจึงติดต่อกับพี่น้องชาวม้งคนอื่นได้ทั่วโลก
ไม่ว่าชาวม้งที่หันมานับถือศาสนาคริสต์หรือยังคงนับถือบรรพบุรุษ พวกเราสามารถผลิตหนังสือสักเล่มเป็นภาษาม้งให้ทุกคนได้อ่านกันก็เพราะปู่ย่าตายายของเราที่ช่วยกันสอนถ่ายทอดคำศัพท์ต่างๆ จากรุ่นสู่รุ่นไม่ให้สูญหาย สำหรับพ่อเองนั้นพ่อเชื่อว่ายังมีคำภาษาม้งอีกมากที่ทุกคนยังไม่รู้ พ่อจึงมีความปรารถณาอยากให้คนรุ่นก่อนถ่ายทอดคำเหล่านั้นสู่หนังสือผ่านตัวอักษรม้งสากล เพื่อให้คนรุ่นนี้ได้รับรู้และใช้กัน
มีหลายครั้งที่คนรุ่นนี้ใช้คำทับศัพท์จากภาษาอื่น พวกเขาคิดว่าม้งไม่มีคำๆนี้ใช้ แต่ไม่ใช่สำหรับคนเฒ่าคนแก่ ด้วยเหตุนี้ คนรุ่นก่อนจึงต้องคุยกับคนรุ่นนี้บ่อยๆ ให้พวกเขาเข้าใจและได้ฟังคำศัพท์ที่ชาวม้งมีและใช้
อักษรม้งสากลเป็นเครื่องมืออนุรักษ์และสืบสานภาษาม้ง ถ้าพวกเราช่วยกันเรียนช่วยกันฝึกไม่ใช่คิดแต่จะประดิษฐ์หรือปรับแก้อักษรม้งอยู่ร่ำไป เราอย่าเสียเวลา เสียเงินทองและเสียปัญญามาคิดถึงการปรับแก้อีกเลย ขอให้เราใช้เวลานี้มาศึกษาและสืบสานภาษาม้งของเราผ่านตัวอักษรม้งสากลนี้จะดีเสียกว่า
นอกจากตัวอักษรม้งที่มีอยู่นี้แล้ว สิ่งอื่นที่จะช่วยดำรงภาษาม้งไว้คือ โอกาสที่ชาวม้งได้รับผ่านการอาศัยอยู่หลายประเทศที่หลากความคิดต่างวัฒนธรรม บางทีโอกาสนี้อาจเป็นสิ่งทำลายภาษาม้งให้ดับสูญแต่ก็เป็นช่องทางผลักดันภาษาม้งให้ก้าวต่อไปได้ เพราะอะไร?
1. การอาศัยอยู่หลายประเทศเปิดโอกาสให้ชาวม้งมีความรู้ที่หลากหลาย
2. ชาวม้งได้พบเห็นการพัฒนาของประเทศต่างๆ ชาวม้งจึงต้องการที่จะพัฒนาชนเผ่าของตนให้ได้อย่างประเทศนั้นๆ
3. ด้วยนิสัยขยันขันแข็ง ชาวม้งจึงต้องการผลักดันการใช้ภาษาม้งและดำรงไว้
นอกจากนั้น ในยุคที่ชาวม้งกระจัดกระจายไปทั่วโลกนั้นเป็นยุคโลกาภิวัฒน์ที่มีสิ่งประดิษฐ์อย่างคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต หรือเว็บไซต์ ระบบเครือข่ายเหล่านี้เชื่อมชาวม้งจากทั่วโลกให้เข้าถึงกันเหมือนอยู่ใกล้ชิดกันในชุมชนเดียวกัน ขอเพียงใครสักคนเริ่มสร้างระบบชุมชนนี้ขึ้นมาเท่านั้น
ปัญหาอยู่ที่ว่า คนสูงอายุไม่สามารถใช้อุปกรณ์เหล่านี้ได้ แต่พวกเขายังมีลูกหลานที่อาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกันที่ใช้เป็น ดังนั้น คนสูงอายุทั้งหลายอย่าถือตัวว่าตนเป็นผู้ใหญ่ไม่สมควรขอคำชี้นำจากลูกหลาน อย่า อย่าให้ลูกๆ ของคุณต้องจ้างคุณเรียนรู้เทคโนโลยี คนหนุ่มสาวทั้งหลายอย่าใจร้อนกับความล่าช้าของผู้สูงอายุ อย่าดูถูกภาษาของตนเอง ไม่เช่นนั้น องค์ความรู้ที่คนรุ่นก่อนมีจะถูกฝังไปพร้องร่างไร้วิญญาณของเขา
พ่อเห็นคนม้งที่มีการศึกษาใช้ภาษอังกฤษเพื่ออธิบายตัวตนของชาวม้งให้ผู้อื่นได้เข้าใจ พวกเขาเป็นลูกหลานชาวม้งแต่ไม่ใช้ภาษาม้ง พ่อเห็นแล้วพ่อเสียใจ พ่อคิดว่าสิ่งที่พวกเขาทำอยู่นั้นเป็นการช่วยหรือทำลายชาวม้งกันแน่ พวกเขากำลังสร้างค่านิยมให้พี่น้องม้งคนอื่นเห็นว่าภาษาของม้งนั้นไร้คุณค่า เหมือนพวกเขากำลังผลักดันให้ชาวม้งหันไปใช้ภาษาอื่นแทน
พี่น้องชาวม้งทั้งหลาย พ่อรู้มาว่ามีชาวม้งหลายคนที่สหรัฐอเมริกาพยายามอนุรักษ์ภาษาม้งและหาคำใหม่ๆ มาอธิบายศัพท์ใหม่ที่ชาวม้งไม่รู้จักมาก่อน พ่อมีความยินดีมากเมื่อพ่อทราบเช่นนี้
บางทีพวกเธออาจคิดในใจว่า “ทำไมฝรั่งตาน้ำข้าวอย่างพ่อมาพูดอะไรเช่นนี้กับชาวม้ง?”
คุณพ่อไบแตรเป็นชาวฝรั่งเศสแต่ท่านกลับมองเห็นปัญหาที่ชาวม้งกำลังเผชิญ ท่านห่วงว่าสักวันหนึ่งเราชาวม้งจะทอดทิ้งภาษาของเรา ทอดทิ้งความเป็นม้งของเรา ด้วยเหตุนี้ท่านจึงเขียนบทความนี้ขึ้นเพื่อเตือนสติพี่น้องม้งทั้งหลาย จากวันนั้นจนถึงวันนี้ 18 ปีเต็ม ผมอยากให้ทุกคนลองย้อนดูตัวเองว่าทุกวันนี้เรามีส่วนช่วยสานต่อภาษาม้งของเราไหม หรือเราทิ้งไว้กับอดีตที่ผ่านมาเพื่อปลดปล่อยตัวเองออกจากพันธนาการของสังคมที่จองจำเราไว้

Sim Ceeb/Yaj Ceeb/Yeeb Ceeb

Sim Ceeb (ซยี่ เจ้ง) มาจากคำในภาษาจีนว่า Shi Jie ที่แปลว่า โลก แต่สำหรับชาวม้งแล้วคำๆนี้ใช้ในความหมายที่หมายถึง “จักรวาล”
Yaj Ceeb (ย่า เจ้ง) แปลว่า โลกมนุษย์
Yeeb Ceeb (เย้ง เจ้ง) แปลว่า โลกวิญญาณ หรือโลกหลังความตาย
Yaj-Yeeb มาจากระบบความเชื่อหยินหยางที่ชาวม้งได้รับอิทธิพลจากลัทธิเต๋านั่นเอง

สภาผู้แทนราษฎรมลรัฐอะลาสกาผ่านร่างกฎหมายจัดตั้งวันทหารผ่านศึกชาวม้งสัญชาติอเมริกัน

วันจันทร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมาสภาผู้แทนราษฎรแห่งมลรัฐอะลาสกามีมติให้วันที่ 15 พฤษภาคมของทุกปีเป็นวันทหารผ่านศึกของชาวม้งสัญชาติอเมริกัน เพื่อระลึกถึงทหารม้งที่รบเคียงบ่าเคียงไหล่กับสหรัฐอเมริกาตลอดช่วงสงครามเวียดนาม

ในช่วงปี ค.ศ. 1960 สหรัฐอเมริกาสรรหาชาวม้งเพื่อช่วยต่อสู้กับลัทธิคอมมิวนิสต์ในอินโดจีน หลังจากสหรัฐพ่ายแพ้ในสงครามลับครั้งนี้และถอนตัวออกจากสมรภูมิ ชาวม้งกลายเป็นเป้าโจมตีของทหารเวียดมินห์และลาวจนมีชาวม้งจำนวนมากต้องอพยพลี้ภัยออกจากบ้านเกิดเมืองนอน ทุกวันนี้มีชาวม้งอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกาประมาณ 260,000 คน รวมทั้งในอะลาสกาอีก 3,500 คน
รัฐบาลสหรัฐฯสัญญาจะให้สิทธิพลเมืองและสถานภาพแก่ทหารม้งภายหลังสงคราม แต่พวกเขาต้องรอนานถึง 50 ปี สัญญาครั้งนั้นถึงเป็นจริง ดูเหมือนว่าความสำคัญของพวกเขาถูกมองข้ามไป
ร่างกฏหมายฉบับที่ 56 กำหนดให้เฉลิมฉลองและให้เกียรติชาวม้งผู้ซึ่งถูกลืมไปว่าเคยเสียสละเพื่อประเทศชาติและนำความภาคภูมิใจมาสู่ตน ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร Geran Tarr ผ่านมติ 38 ต่อ 1 เสียง ซึ่งตอนนี้กำลังนำขึ้นให้ สว. พิจาณา

ส.ส. เจเรน ทารร์ (Rep. Geran Tarr) ผู้ผลักดันร่างกฏหมายกำหนดวันทหารผ่านศึกชาวม้งสัญชาติอเมริกันในมลรัฐอะลาสกา สหรัฐอเมริกา

“ในนามของทหารผ่านศึกชาวม้งในมลรัฐอะลาสกาและในนามของครอบครัวทหารผ่านศึกขอขอบคุณรัฐสภามลรัฐที่เห็นชอบต่อร่างกฏหมายที่ 56 นี้ ผมภูมิใจเช่นทหารม้งนายอื่นๆที่ได้ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับทหารอเมริกัน” ประเสริฐ แซ่ลี ทหารผ่านศึกชาวม้งสัญชาติอเมริกันกล่าว “การกำหนดวันเฉลิมฉลองนี้ประจำปีเช่นนี้จะทำให้พวกเราได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการเสียที”
ขณะที่ ส.ส. Laddie Shaw อดีตทหารหน่วยซีล (SEAL) ปลดประจำการกล่าวว่า “คนในรุ่นผมส่วนมากได้รับเงินบำนาญสำหรับภารกิจของเรา แต่กฏหมายฉบับนี้มีความสำคัญยิ่งเนื่องจากทำให้มั่นใจได้ว่าทหารผ่านศึกชาวม้งจะได้รับเกียรติและเป็นที่ยอมรับจากการมีส่วนร่วมกับพวกเรา”
ด้าน ส.ส. Geran Tarr ได้กล่าวขอบคุณเสียงสันบสนุนของทุกฝ่ายว่า “ดิฉันปลื้มปีติและรู้สึกเป็นเกียรติที่ท่าน ส.ส. ชอว์ สนับสนุนร่างกฏหมายฉบับนี้ ดิฉันขอขอบคุณเพื่อนทหารผ่านศึกทุกคนที่ได้ปฏิบัติภารกิจของพวกเขา และขอบคุณเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่สนับสนุนร่างกฏหมายฉบับนี้”

แปลจาก House of Representatives Passes Bill to Establish Hmong-American Veterans Day.

ใน https://alaska-native-news.com

ฉู่-เหมียว-ม้ง

แผนที่รัฐฉู่
(จาก wikipedia.org)

หลังจากหายหน้าหายตาไปนาน จนเพื่อนๆ อาจคิดว่า 3Hm หมดกำลังใจจนถอดใจไปแล้ว…เปล่าครับ…แค่ชาวงนี้งานยุ่ง…ยุ่งมากจนไม่มีเวลามาแบ่งปันเรื่องราวของพี่น้องม้งให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน
เข้าเรื่องเลยคราาาบ…ฉู่-เหมียว-ม้ง
เพื่อนๆ ที่ชอบดูหนังจีนย้อนยุคคงเคยได้ยินคำว่ารัฐฉู่…หรือฌ้อปาอ๋องมาบ้าง…แล้วเกี่ยวอะไรกับคนม้ง?
ชาวม้งรุ่นปู่ๆย่าๆ มีเรื่องเล่านมนานไว้ว่า ประมาณพันปีก่อนคริสตกาลมีคนอยู่ด้วยกัน 7 กลุ่มแยกตัวปกครองกันเอง หนึ่งในนั้นมีชาวม้งปกครองชื่อว่า “จู” หรือ “จือ” มีผู้ปกครองแซ่ซังหรือโซ้งสองคนคือ “ชงยี่” กับ “ซงจี” เมื่อกลุ่มชินได้เข้ามาแย่งชิงและโค่นผู้นำกลุ่มจูลง ชาวม้งจึงแตกระส่ำระสายไปตามที่ต่างๆ…ใช่ครับ…ตามประวัติศาสตร์นั้นรัฐฉู่สถาปนาโดย ซ่งยี (Xiong Yi) ในปี 1030 ก่อนคริสตกาล…แล้วชาวม้งสมัยโน้นรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร เมื่อเราๆ ท่านๆ ในสมัยนี้ที่มีการศึกษายังไม่รู้เลย
ชาวม้งมีตำนานเรื่องเล่าของจื๊อช่อ (ไว้จะเล่าให้ฟังวันหลังนะคราาบ) ที่ลุกขึ้นมาปกครองบ้านเมือง หรือ บางทีคำ “จื๊อช่อ” อาจหมายถึง รัฐฉู่ เช่นเดียวกับที่ชาวม้งเรียกประเทศจีน ว่า “ตั่วช่อ” อินโดจีน ว่า “สอช่อ” หรือเปล่า ?
ตามที่มีบันทึกไว้นั้น เขียนไว้ว่าหลังจากราชวงศ์เซี่ยครองแผ่นดินจงหยวนได้หลายชั่วรุ่น ซางทังหัวหน้าเผ่ายินจึงรวบรวมเผ่าอื่นๆ โค้นราชวงศ์เซี่ยแล้วสถาปนาราชวงศ์ซางขึ้นแล้วใช้หลักเมตตาธรรมปกครองแผ่นดิน ชาวเหมียว (ม้ง) ที่อยู่รอบนอกอาณาจักรทางตอนใต้จึงใช้ชีวิตอย่างสันติ แต่แล้วเมื่อราชวงศ์ซางเข้มแข็งจึงเริ่มทำศึกกับเผ่าต่างๆ จักรพรรดิ์เอาแต่เสพุขไม่สนใจทุกข์สุขราษฎร จีฟาผู้นำเผ่าโจวจึงรวบรวมบรรดาเผ่าต่างๆ ยึดอำนาจราชวงศ์ซางสำเร็จแล้วสถาปนาตนเป็นจักรพรรดิโจวอู่หวัง เพราะเผ่าเหมียวไม่ยอมร่วมรบด้วยในครั้งนี้โจวอู่หวังจึงใช้กำลังผลักดันเผ่าเหมียวไปยังซานเว่ยตอนใต้ของมณฑลกานซู
เมื่ออยู่ไกลจากอำนาจของราชวงศ์โจว ชาวเหมียวจึงใช้ชีวิตผาสุขได้หลายร้อยปีจนกระทั่งแผ่นดินโจวขยายมาถึง โจวเจาหวังจึงยกทัพบุกชาวเหมียวในแถบลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียงและแม่น้ำฮั่นสุ่ย แต่กองทัพของโจวสูญเสียกำลังพลและจักรพรรดิโจวเจาหวังเสียชีวิตลงที่แม่น้ำฮั่นสุ่ย ต่อมาปี 826 ก่อนคริสตกาล แม่ทัพฟางโจว (Fang Chou) จึงนำทหารสามแสนนายพร้อมรถศึกสามพันคันบุกพิชิตชาวเหมียว ชาวเหมียวจึงทิ้งแผ่นดินหนีลงมาหูหนานในรัฐฉู่
นอกจากนั้น ในปี ค.ศ. 1972 ได้มีการขุดสุสานหญิงชาวรัฐฉู่ชื่อซินสุย (Xin Zhui) พบภาพวาดและชิ้นส่วนผ้าไหมคลุมโลงศพมีลักษณะเช่นเดียวกับผ้าของชาวเหมียว (ม้ง) ภายในโลงศพรูปตัวที (T) ซึ่งบ่งบอกถึงขวัญสามอย่างตามความเชื่อของชาวเหมียวและชาวม้ง ขณะที่ที่ตั้งรัฐฉู่นั้นอยู่บริเวณเดียวกับซานเหมียวในยุคสมัยก่อนอีกด้วย (ใครอยากรู้ว่าแม่นางซินสุยเป็นอย่างไรตาม link นะคราาาบ..หรือหาดูตาม youtube เด้อ)

https://www.sinistersword.com/2017/07/21/xin-zhui-the-marquise-beneath-the-mound/

บางที…ชาวม้งอาจเคยเป็นประชากรส่วนหนึ่งของรัฐฉู่…หรือเคยปกครองรัฐฉู่มาก่อน…หรืออาจไม่เคยเกี่ยวข้องเลย…แต่เชื่อว่าชาวม้งเคยอาศัยในรัฐฉู่มาก่อน…แล้วเพื่อนๆ ล่ะ ?

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :
A History of the Hmong : From Ancient Times to the Modern Diaspora ของ Thomas S. Vang
Chinese history : summer program offers students rare opportunity to learn Hmong history in China 
ฝิ่นกับคนม้ง : พลวัตความหลากหลายและความซับซ้อนแห่งอัตลักษณ์ของคนชายขอบ
http://www.freeweb.com/hmonghistory

ความทุกข์ยากของชาวม้งคาทอลิกในเวียดนาม

ชาวม้งผู้นับถือคาทอลิกหลายพันคนใน Giang La Pan เขตภูเขา Yen Yen ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนามต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความมืดของกลางคืน พวกเขาปราศจากไฟฟ้า น้ำประปา การศึกษา สุขอนามัยและถนนหนทางเชกเช่นชนเผ่าอื่น
เพจ HmoobKavTosLivAsia ลงข่าวนี้เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2562 ว่า ชาวม้งที่นับถือคาทอลิกในประเทศเวียดนามต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความทุกข์ยากในโลกศิวิไลซ์ใบนี้ พวกเขาต้องต่อน้ำจากภูเขามาใช้ในหมู่บ้าน ใช้แสงสว่างจากไฟฉายและโทนศัพท์มือถือเพื่อส่องทางในคืนเดือนมืด ต้องแบกสิ่งของไว้บนบ่าหรือนั่งรถจักรยานยนต์ไปตามเส้นทางแคบๆ คดเคี้ยวตามไหล่เขา เด็กนักเรียนต้องตื่นแต่เช้าเดินเท้าเปล่าเป็นระยะทาง 20-50 กิโลเมตรเพื่อไปโรงเรียน ถึงแม้ชีวิตจะลำบากยากเข็ญเพียงใดก็ตาม พวกเขายังคงศรัทธาในคาทอลิกที่บรรพบุรุษของพวกเขายืดถือมากว่า 80 ปี และเข้าร่วมมิสซาขอบพระคุณทุกวันอาทิตย์ในโบสถ์ประจำหมู่บ้าน ศาสนสถานที่คอยเติมพลังใจ พลังชีวิต พลังงานให้มือถือและไฟฉายของพวกเขา

ณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ว่าที่ ส.ส. ชาวม้งคนแรกในประเทศไทย

(ที่มา : https://www.prachachat.net)

ผลการเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมานั้น พรรคอนาคตใหม่ได้ที่นั่งจาก ส.ส. บัญชีรายชื่อมากกว่า 50 ที่นั่ง ส่งผลให้นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ หรือ เก๊ง ย่า ผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 24 ของพรรคอนาคตใหม่ ได้รับเลือกไปด้วย จึงถือว่าเป็นชาวม้งในประเทศไทยคนเดียวจากผู้สมัคร ส.ส. ชาวม้ง 30 กว่าคนและเป็นชาวม้งคนแรกที่จะได้เดินเข้าสภาเพื่อทำหน้าที่แทนพี่น้องทั้งหลาย
นายณัฐพลกล่าวในงานปราศรัยใหญ่ของพรรคอนคตใหม่เมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมาว่า เขาเป็นม้ง เกิดที่เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ใช้ชีวิตท่ามกลางลูกระเบิด ท่ามกลางความขัดแย้ง ท่ามกลางความสูยเสีย ตนจึงต้องมายืนตรงนี้ และยังกล่าวอีกว่า ถึงแม้เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกอนาคตของเราได้ หลายคนเรียกเราว่าชาวเขา แต่ผมจะบอกว่าเราคือชาวเรา ไม่ใช่ชาวเขา เรามีเรื่องดีๆอยู่ในป่าในดอย พวกเราอยู่ในป่า คือคนที่อนุรักษ์ป่าได้ดีที่สุด ชีวิตคนดอย เราเกิดที่นั่นอยู่ที่นั่น ชีวิตของคนอยู่ในป่าในดอย เหมือนถังขยะ ปัญหาทุกอย่างก็โยนมาให้ถังขยะหมด ปัญหายาเสพติดก็เรา ปัญหาตัดไม้ทำลายป่าก็เรา ทั้งที่แท้จริงเราคือปลายเหตุ ต้องไปแก้ที่ต้นเหตุไม่ใช่เรา

ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www.prachachat.net และ http://www.bangkokbiznews.com

จับหนุ่มม้งแม่ริมขนยานรกครึ่งล้านเข้าเชียงใหม่

วันนี้ (21 มี.ค.) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่อาย, ตำรวจชุด ชปส.ภ.จว.เชียงใหม่, ตำรวจชุดสกัดกั้นยาเสพติด ภ.จว.เชียงใหม่, ทหารกองกำลังผาเมือง, เจ้าหน้าที่ทหารชุด ชป.ศป.ปส.ชน.ที่ 4 และกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพราน ได้สกัดจับผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายใหญ่ได้ 3 ราย คือ นายธนากร แซ่ลี อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 198 หมู่ 4 ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่, นายสุวิชัย แซ่ลี อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 240 หมู่ที่ 6 ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย, นายเอกชัย แซ่เท่า อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51/1 หมู่ที่ 6 ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย 

เพิ่มเติมได้ตาม​link นะคราาบ

https://mgronline.com/local/detail/9620000028152

สำนึกรักธรรมชาติ…ชาวม้งสร้างฝายชะลอน้ำ

เชียงใหม่นิวส์ลงข่าวว่าเมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมานี้ นายประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอเชียงแสน ได้นำเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน ร้อยอาสารักษาดินแดน เชียงแสน ร่วมกับพี่น้องชาวเผ่าม้งร่วมสร้างฝายชะลอน้ำเพื่อเก็บกักน้ำ สร้างความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ป่า เป็นแหล่งน้ำให้กับสัตว์ป่า และป้องกันการเกิดไฟป่าในพื้นที่เขตป่าเกษตรที่สูงธารทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำนวน 5 จุด และเป็นการนำเด็กเยาวชน สร้างจิตสำนึกรักทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งทำกิจกรรมเชิงบวก เพื่อห่างไกลยาเสพติด ณ บ้านธารทอง. ต.แม่เงิน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย

ขอขอบคุณข่าวสารดีๆจากเชียงใหม่นิวส์ด้วยนะครับ