
นับแต่อดีตมานั้นมีหลักฐานว่าชาวม้งได้เข้ามีส่วนร่วมในการเมืองระดับชาติครั้งแรกในปี พ.ศ. 2490 เมื่อพญาดำรงฤทธิไกรตุ๊บี ลีฟ่ง ส่งตุ๊เลี้ย ลีฟ่งน้องชายของตนลงรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและได้รับเลือกเป็น ส.ส. ของแขวงเชียงขวาง เข้าร่วมรัฐบาลเจ้าสุวรรณภูมา ในราชอาณาจักรลาว หลังจากนั้นมาเมื่อชาวม้งแพ้สงครามลับในลาวแล้วต่างอพยพสู่ประเทศที่สามนั้น มีชาวม้งจำนวนหนึ่งได้รับการศึกษาพัฒนาตนจนสามารถเป็นตัวแทนของรัฐท่ามกลางฝูงชนต่างเผ่าพันธุ์กับตน แต่ในประเทศไทย ชาวม้งได้รับแต่งตั้งจากทางการให้ทำงานฝ่ายปกครองทั้งก่อนและหลังสงครามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์จนเข้าสู่ระบบการเมืองท้องถิ่น แต่การเมืองระดับชาติยังไม่มีใครไปถึงจุดนั้นได้
การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกที่ระบบการเลือกตั้งเปิดโอกาสให้กลุ่มชนรากหญ้า ทุกเชื้อชาติ ทุกเผ่าพันธุ์ ทุกอาชีพ ทุกระดับการศึกษาได้เข้ามีส่วนร่วมกำหนดนโยบายบริหารประเทศ ได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้วยการนับคะแนนที่ทุกๆ คะแนนมีความหมาย ทุกๆ เสียงถูกนับเป็นคะแนนให้พรรค จึงเห็นได้ว่าบรรดาพรรคการเมืองน้อยใหญ่ใหม่เก่าต่างวางกลยุทธ์มาที่ชนชาวรากหญ้าชาวบ้านผู้ได้รับความนิยมในท้องถิ่น ให้พวกเขาเป็นตัวแทนพรรคลงสมัครในแต่ละเขตและขณะเดียวกันก็เป็นฐานเสียงสนับสนุน ส.ส. บัญชีรายชื่อให้พรรคในทางอ้อม และแน่นอนหนึ่งในกลุ่มชนชาวรากหญ้านั้นก็คือ ชาวม้งกลุ่มชาติพันธุ์ที่ได้ชื่อว่าไม้เบื่อไม้เมาของทางการ
กลุ่มผู้นำ กลุ่มปัญญาชน กลุ่มนักธุรกิจชาวม้งต่างรู้ดีว่านี่คือกักดักของพรรคการเมืองแต่เมื่อโอกาสพุ่งเข้ามาใครล่ะจะไม่คว้า ชื่อเสียง เงินทอง เกียรติยศ อำนาจ ความปรารถณา เจตจำนง อุดมการณ์ ความฝัน จึงมีชาวม้งจำนวนหนึ่งตัดสินใจเดินลงสู่สนามการเมืองในนามพรรคต่างๆ ที่ก่อกำเนิดขึ้นมาใหม่
ผู้สมัคร ส.ส. ชาวม้งในครั้งนี้มีทั้งหมด 30 คน จาก 4 พรรคการเมือง พรรคประชาชาติ 18 คน พรรคพลังท้องถิ่นไท 7 คน ส่วนพรรคประชาไทย พรรคอนาคตใหม่ พรรคชาติพันธุ์ไทย พรรคครูไทยเพื่อประชาชนและพรรคประชาธรรมไทย พรรคละ 1 คน แบ่งเป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อ 3 คน ได้แก่ คุณยอดยิ่ง แสนยากุล จากพรรคพลังท้องถิ่นไท คุณณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ พรรคอนาคตใหม่และคุณวีระเดช โรจนคีรีสันติ จากพรรคประชาชาติ ส่วน ส.ส. แบบแบ่งเขต 27 คน ดังนี้
จังหวัดเชียงใหม่ จากพรรคประชาชาติ 5 คนได้แก่ เขต 1 นายชาญชัย เชาวนางกูร เขต 2 นายเกียรติศักดิ์ จอกนิธิพงศกร (Zaam Khais Tsom) เขต 5 นายจิรายุศ กำธรพิทักษ์ (Laj Zoov Tsab) เขต 8 นายไตรวิทย์ แซ่ยะ และเขต 9 นายศักดา กูลสวัสดิ์มงคล
ส่วนพรรคพลังท้องถิ่นไท 2 คน ได้แก่ เขต 3 นายนริศ พนากำเนิด เขต 4 นายไตรภพ แซ่ย่าง และจากพรรคประชาไทย 1 คน คือ นายกรกษิณ หาญดิฐกุล เขต 5
จังหวัดแม่ฮ่องสอน 1 คน จากพรรคประชาชาติ นายซัวหยี่ แซ่หัน (Txoov Yig Haam)
จังหวัดเชียงราย จากพรรคพลังท้องถิ่นไท 2 คน ได้แก่ เขต 2 นางอรอนงค์ แสนยากุล (เจ้าตัวเป็นชาวลีซอแต่งงานกับคนม้ง) และเขต 5 นายสมบูรณ์ ร่มพนาธรรม ส่วนพรรคประชาไทย 2 คนเช่นกัน คือ เขต 4 นายจีระศักดิ์ ร่มพนาธรรม (Tshu Mos Yaj) กับเขต 5 นางสุดา หาญเจริญชัยกุล (Npaub Vaj)
จังหวัดพะเยา จากพรรคประชาชาติ 2 คน คือ เขต 2 ว่าที่ รท. ทัศพล มองช่อบิดร (Hawj Txoov Chij) และเขต 3 นายไตรวิทย์ สหเจริญชัย (Foom Hawj)
จังหวัดน่าน 4 คน จากพรรคประชาชาติ 3 คน ได้แก่ เขต 1 นายโสภณ ไพรวัลย์บริบูรณ์ เขต 2 นายธนู ภัทรวรากุล และเขต 3 นายสันติภาพ แซ่คำ ส่วนพรรคชาติพันธุ์ไทย 1 คน คือ เขต 3 นายเลาหล้า แซ่เล้า
จังหวัดตากจากพรรคปราชาติทั้ง 2 เขต คือ เขต 1 นางหม่อ แซ่ว่าง และเขต 2 นายวิสุทธิชัย ยั่งยงสกุล (Laj Xees Yaj)
จังหวัดพิษณุโลก 3 คน 3 พรรคจาก 2 เขต คือ เขต 4 นายจิรพันธุ์ หาญชัยเวธน์ ( Nyiaj Yub Hawj) จากพรรคพลังท้องถิ่นไท และเขต 5 สองคน คือ นายแทนคุณ แซ่วื่อ จากพรรคประชาชาติกับนายชาย แซ่โล่ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน
ปิดท้ายที่จังหวัดเพชรบูรณ์อีก 3 คน จาก 3 พรรคจาก 2 เขตเช่นกัน คือ นายดะ ทรงสวัสดิ์วงศ์ จากพรรคพลังท้องถิ่นไท กับนายอดิศักดิ์ บำรุงคีรี (Haam Tsua Khaab) พรรคประชาชาติ ในเขต 1 และเขต 2 นายพันธ์นุวัฒน์ โรจนคีรีไพศาล พรรคประชาธรรมไทย
ถึงทุกคนจะลงสมัครรับเลือกด้วยเหตุผลกลใด จะได้รับเลือกหรือไม่ก็ตาม ขอให้สำนึกเสมอว่าตนเป็นใคร ปณิธานที่แท้จริงใต้ก้นบึ้งหัวใจคืออะไร จะสานฝันของพี่น้องม้งอย่างไร และจงภูมิใจกับตนเองที่วันนี้ได้เลือกเดินบนเส้นทางนี้ เพราะทุกคนเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ชนชาติของเรา ‘ม้ง’



















