ณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ว่าที่ ส.ส. ชาวม้งคนแรกในประเทศไทย

(ที่มา : https://www.prachachat.net)

ผลการเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมานั้น พรรคอนาคตใหม่ได้ที่นั่งจาก ส.ส. บัญชีรายชื่อมากกว่า 50 ที่นั่ง ส่งผลให้นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ หรือ เก๊ง ย่า ผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 24 ของพรรคอนาคตใหม่ ได้รับเลือกไปด้วย จึงถือว่าเป็นชาวม้งในประเทศไทยคนเดียวจากผู้สมัคร ส.ส. ชาวม้ง 30 กว่าคนและเป็นชาวม้งคนแรกที่จะได้เดินเข้าสภาเพื่อทำหน้าที่แทนพี่น้องทั้งหลาย
นายณัฐพลกล่าวในงานปราศรัยใหญ่ของพรรคอนคตใหม่เมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมาว่า เขาเป็นม้ง เกิดที่เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ใช้ชีวิตท่ามกลางลูกระเบิด ท่ามกลางความขัดแย้ง ท่ามกลางความสูยเสีย ตนจึงต้องมายืนตรงนี้ และยังกล่าวอีกว่า ถึงแม้เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกอนาคตของเราได้ หลายคนเรียกเราว่าชาวเขา แต่ผมจะบอกว่าเราคือชาวเรา ไม่ใช่ชาวเขา เรามีเรื่องดีๆอยู่ในป่าในดอย พวกเราอยู่ในป่า คือคนที่อนุรักษ์ป่าได้ดีที่สุด ชีวิตคนดอย เราเกิดที่นั่นอยู่ที่นั่น ชีวิตของคนอยู่ในป่าในดอย เหมือนถังขยะ ปัญหาทุกอย่างก็โยนมาให้ถังขยะหมด ปัญหายาเสพติดก็เรา ปัญหาตัดไม้ทำลายป่าก็เรา ทั้งที่แท้จริงเราคือปลายเหตุ ต้องไปแก้ที่ต้นเหตุไม่ใช่เรา

ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www.prachachat.net และ http://www.bangkokbiznews.com

จับหนุ่มม้งแม่ริมขนยานรกครึ่งล้านเข้าเชียงใหม่

วันนี้ (21 มี.ค.) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่อาย, ตำรวจชุด ชปส.ภ.จว.เชียงใหม่, ตำรวจชุดสกัดกั้นยาเสพติด ภ.จว.เชียงใหม่, ทหารกองกำลังผาเมือง, เจ้าหน้าที่ทหารชุด ชป.ศป.ปส.ชน.ที่ 4 และกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพราน ได้สกัดจับผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายใหญ่ได้ 3 ราย คือ นายธนากร แซ่ลี อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 198 หมู่ 4 ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่, นายสุวิชัย แซ่ลี อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 240 หมู่ที่ 6 ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย, นายเอกชัย แซ่เท่า อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51/1 หมู่ที่ 6 ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย 

เพิ่มเติมได้ตาม​link นะคราาบ

https://mgronline.com/local/detail/9620000028152

สำนึกรักธรรมชาติ…ชาวม้งสร้างฝายชะลอน้ำ

เชียงใหม่นิวส์ลงข่าวว่าเมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมานี้ นายประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอเชียงแสน ได้นำเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน ร้อยอาสารักษาดินแดน เชียงแสน ร่วมกับพี่น้องชาวเผ่าม้งร่วมสร้างฝายชะลอน้ำเพื่อเก็บกักน้ำ สร้างความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ป่า เป็นแหล่งน้ำให้กับสัตว์ป่า และป้องกันการเกิดไฟป่าในพื้นที่เขตป่าเกษตรที่สูงธารทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำนวน 5 จุด และเป็นการนำเด็กเยาวชน สร้างจิตสำนึกรักทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งทำกิจกรรมเชิงบวก เพื่อห่างไกลยาเสพติด ณ บ้านธารทอง. ต.แม่เงิน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย

ขอขอบคุณข่าวสารดีๆจากเชียงใหม่นิวส์ด้วยนะครับ

หนุ่มม้งสุดแค้น บุกยิงหญิงเพื่อนบ้าน ดับต่อหน้าลูกสาวกับลูกสะใภ้

(www.thairath.co.th)

วันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา ไทยรัฐออนไลน์รายงานว่า เมื่อเวลา 15.30 น. ตำรวจท้องที่ สภ. ร้องกวาง จ. แพร่ ได้รับแจ้งว่ามีการยิงกันตายที่บ้านฮ้วยฮ่อม ต. บ้านเวียง อ. ร้องกวาง จ. แพร่ ผู้ตายคือนางพิสสมัย ขจิตรเพชรจรัส อายุ 44 ปี ถูกยิงที่หน้าอกซ้าย 1 นัดและสีข้างอีก 1 นัด

นางอุลาน แซ่ว่าน ลูกสะไภ้ของผู้ตายให้การว่าแม่สามีถูกนายกฏหมาย แสงกือ อายุ 21 ปี ซึ่งบ้านอยู่ติดกันนั้นเองบุกเข้ามายิงถึงในบ้าน หลังจากยิงผู้ตายแล้วนายกฏหมายก็วิ่งหายไป ซึ่งสาเหตุน่าจพมาจากที่นายกฏหมายไม่พอใจที่แม่สามีของตนไปแจ้งให้ตำรวจมาค้นบ้านของนายกฏหมายที่พัวพันกับยาเสพติด

ด้านนางสาวพรสวรรค์ ลูกสาวของผู้ตายตั้งข้อสังเกตว่า แม่ของตนไม่ได้อยู่บ้านมาเดือนกว่าแล้ว ไม่รู้นายกฏหมายทราบได้อย่างไรว่าแม่ของตนกลับมาและเข้ามายิงแม่เช่นนี้ จึงอยากให้ทางการช่วยจับตัวนายสมหมายมาดำเนินคดีโดยเร็ว

ทางเจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าค้นบ้านของผู้ต้องสงสัยแต่ไม่พบเจ้าตัว ได้แต่อุปกรณ์เสพยา จึงออกหมายจับและให้สายสืบตรวจสอบตามท่ารถต่างๆ เพื่อสกัดไม่ให้คนร้ายหลบหนีออกนอกพื้นที่

-ซานเหมียว-

หลังจากปล่อยให้รอมานาน วันนี้มาติดตามประวัติศาสตร์ม้งกันต่อกับเรื่อง “ซานเหมียว-เป๊ม้ง” หรือสามม้งกันครับ
ก่อนอื่นของนำทุกท่านไปรู้จักกับคำ “เป๊ม้ง”กันก่อนครับ…ตามที่ปู่กั๊งซุ แซ่ย่าง แห่งบ้านใหม่หนองหอย เล่านั้นเรื่องมีอยู่ว่า “มีกษัตริย์ม้งผู้ครองเมืองหนึ่งมีพระมเหสี 7 องค์ กษัตริย์พระองค์นี้เกิดความไม่พอใจพระธิดาองค์หนึ่งจึงได้เนรเทศพระธิดาองค์ดังกล่าวออกไปจากนคร ธิดาองค์นี้ตกทุกข์ได้ยากจึงกราบวิงวอนขอความช่วยเหลือจากเทวดา เทวดาจึงประทานผลไม้ให้รวมทั้งได้ช่วยให้เธอมีพระราชโอรสสามพระองค์ เมื่อพระโอรสองค์เล็กประสูติออกมาปรากฏว่ามีสามเศียรในร่างเดียว และก่อนที่นางจะสิ้นพระชนม์ได้บอกชื่อผู้ครองเมืองและทิศทางการกลับสู่เมืองให้โอรสทั้งสามทราบและบอกว่าเจ้าผู้ครองเมืองนั้นแท้จริงก็คือปู่ของทั้งสาม นางให้พระโอรสทั้งสามขอสิ่งที่อยาก องค์ที่มีสามเศียรได้ขอให้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด ภายหลังเมื่อพระมารดาเสด็จสวรรคตแล้วทั้งสามพระองค์จึงออกเดินทางตามหาปู่ตามรับสั่งของพระมารดา เมื่อทรงพบปู่แล้วก็ทรงเล่าเรื่องทั้งหมดให้ผู้เป็นปู่ทราบและได้ทำการศึกษาเล่าเรียนหนังสือ พระโอรสองค์ที่มีสามเศียรทรงพระปรีชาสามารถกว่าอีกสองพระองค์ กษัตริย์จึงได้ตรัสว่าหากพระองค์สวรรคตให้แต่งตั้งหลานที่มีสามเศียรนี้ขึ้นครองราชย์แทน เมื่อข่าวทราบถึงพระมเหสีทั้งเจ็ดของกษัตริย์เจ้าครองเมือง พระมเหสีทั้งเจ็ดทรงไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งจึงหาทางจะประทุษร้ายหลานทั้งสามของพระราชา ทั้งสามจึงได้หลบหนีออกจากนครไปและได้ร่ำเรียนวิชาความรู้ต่างๆ กับอาจารย์ตนหนึ่ง เมื่อร่ำเรียนจนเก่งกล้าซึ่งวิชาความรู้แล้วจึงได้ล่ำลาอาจารย์ออกเดินทางต่อ ประจวบเหมาะกับในช่วงเวลาดังกล่าวได้เกิดการศึกสู้รบทำสงครามกันระหว่างชนเผ่าม้งกับชนชาติจีน หลังจากทำสงครามเป็นระยะเวลายาวนานไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดพ่ายแพ้หรือชนะ แต่สภาวการณ์ของชนชาติม้งกำลังเสียเปรียบ กษัตริย์ทรงเห็นว่าหากปล่อยให้เหตุการณ์เป็นเช่นนี้อีกชนชาติม้งอาจเสียทีได้ จึงได้มีรับสั่งให้ตามหาหลานชายที่มีสามเศียรมาครองราชบัลลังค์ออกรบแทน เนื่องจากตนเองชราภาพมากแล้วประกอบกับหลานที่มีสามเศียรคนนี้เป็นคนเฉลียวฉลาด ปฏิภาณไหวพริบดีเป็นเลิศ เมื่อขึ้นครองราชย์แล้วก็ได้ทำการต่อสู้กับกองทัพจีนด้วยความหาญกล้าและไม่เสียทีข้าศึกง่ายๆ เหมือนดังเช่นแต่ก่อนอีก ไม่มีฝ่ายใดแพ้ชนะมีแต่ผู้คนพากันล้มตายเป็นจำนวนมาก กษัตริย์ทั้งสองฝ่ายจึงได้ทำสัญญาตกลงสงบศึกแล้วมี การแบ่งเขตแดนการปกครองกัน ให้กษัตริย์ม้งปกครองเมืองป้างเต่อหล่าง กษัตริย์จีนปกครองเมืองปี่เจิ้ง ความสงบสุขจึงกลับคืนมาอีกครั้ง”

นี่เป็นเพียงเรื่องราวที่เป็นเพียงเรื่องเล่าไม่มีหลักฐานอ้างอิง ไม่มีน้ำหนักทางประวัติศาสตร์แต่ก็ชี้ให้เห็นว่า “เป๊ม้งอาจสอดคล้องกับตำนานกษัตริย์สามเศียรที่ปู่กั๊งซุเล่า

แล้วซานเหมียวล่ะ ? ซานเหมียวถูกใช้ครั้งแรกในตำนานไคเภ็ก ตอนจิวลี่ทั้งเก้าต่อสู้กับเซาหาวหรือกิมเต็กอ๋องแห่งหัวเซี่ย โดยฝ่ายหัวเซี่ยให้เกาเหลงกับเจ้าเมืองทั้ง 9 ยกทัพมาโจมตีและล้อมเมืองของเผ่าจิวลี่ไว้จนอาหารใกล้หมด เกาเหลงจึงถอยทัพกลับเมืองหลวง จากนั้นจึงเจริญไมตรีกับชาวเหมียวขึ้นด้วยการส่งเกาหยาง (Gao Yang) หลานชายมาเป็นตัวประกันในอาณาจักรซานเหมียว ต่อมาเซาหาวถึงแก่กรรม เกาหยางจึงกลับไปรับตำแหน่งกษัตริย์แห่งหัวเซี่ย นามว่า ‘จวนซู’ หลี่ทำได้ลุกขึ้นนำทัพไปประชิดเมืองหลวง เกาเหลงจึงยกทัพมาต่อกรกับชาวเหมียวจนอาณาจักรซานเหมียวล่มสลาย
ขณะที่มีบางคนที่ศึกษาเรื่องราวตำนานของชาวม้ง (เหมียว) และจีนแล้วลงความเห็นว่า ซานเหมียวหรือเหมียวทั้งสามนั้น คือ ก้งกง ซู่หรงและฮวนโตว สามผู้นำกบฏต่อต้านการปกครองของซุ่นในยุคต่อมา

นี่เป็นเพียงเรื่องราวที่นำมาให้ทุกคนได้อ่านกัน จริงเท็จแค่ไหนไม่อาจทราบได้ อาณาจักรซานเหมียวมีจริงไหม ? ตกลงซานเหมียวคือใคร ? แล้วทำไมเราถึงแทนพวกเราว่า เป๊ม้ง ? ก็คงเป็นหน้าที่ของพวกเราไปสืบหากันต่อไป…ถึงความจริงจะออกมาเช่นไรก็ไม่อาจเปลี่ยนคำๆ นี้ไปจากเราได้…เป๊ม้ง

กระบะครอบครัวชาวม้ง พลิกคว่ำเทกระจาดที่ภูเรือ เจ็บ 9 ราย

ไทยรัฐออนไลน์รายงานว่าเมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 3 มี.ค.62 พ.ต.ท ชาติชาย ศรีบุรินทร์ สว. (สอบสวน) สภ.ภูเรือ จ.เลย ได้รับแจ้งมีเหตุรถกระบะพลิกคว่ำที่ถนนสายภูเรือ-เมืองเลย บ้านป่าจันตม ต.หนองบัว อ.ภูเรือ มีผู้บาดเจ็บหลายราย เมื่อรับแจ้งประสานไปยังแพทย์ รพ.ภูเรือ กู้ภัยสว่างคีรีธรรม จุดสานตม เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ พบรถกระบะโตโยต้าไทเกอร์ตอนเดียว สีขาว ทะเบียน บร 743 เพชรบูรณ์ สภาพลิกคว่ำหงายท้องล้อชี้ฟ้าลงข้างทาง พบผู้บาดเจ็บร้องขอความช่วยเหลือ จำนวน 9 ราย แพทย์ กู้ภัยฯ ช่วยเหลือลำเลียงคนเจ็บส่ง รพ.ภูเรือ ทราบชื่อนางวีระ วื่อปรัญชากุล นางแน้ง แซ่ลี นายกู่ แซ่ลี นายดำริ วิทยาลาภา นางอัครมณี แซ่ลี ด.ช.วุฒิพงษ์ แซ่ลี นายเคลื่อน ลีปัญญาเจริญ นางเจ่อ แซ่หยาง และ นางจ๊า แซ่หยาง ผู้บาดเจ็บทั้งหมดเป็นครอบครัวเดียวกัน ส่วนคนขับยังไม่ทราบว่าเป็นใคร
จากการสอบสวนทราบว่าทั้งหมดเดินทางมาจาก จ.พิษณุโลก เพื่อไปปลูกสตรอว์เบอร์รี่ที่อำเภอภูเรือ เมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุรถเกิดเสียหลักพลิกคว่ำหงายท้องลงข้างทาง จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 9 ราย แพทย์และกู้ภัยฯ มาช่วยนำส่ง รพ.ภูเรือ. ซึ่งขณะนี้ทั้ง 9 ปลอดภัยแล้ว

เผย ‘เครือข่ายสตรีม้งในประเทศไทย’ จะได้รับการประกาศเชิดชูเกียรติปกป้องสิทธิมนุษยชน


…ด้วยการทำงานเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับสังคมอย่างเป็นรูปธรรม “เครือข่ายสตรีม้งในประเทศไทย” จึงได้รับการประกาศเชิดชูเกียรติผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน เนื่องในวันสตรีสากลประจำปี พ.ศ. 2562 …

วันนี้พาเพื่อนๆ มาอ่านข่าวจากเพจ จากเจนีวาสู่ไทยแลนด์ ภารกิจแม่หญิงตามติดประชุมcedaw เขียนถึงสตรีชาวม้งกันครับ

ระบบจารีตประเพณีตามความเชื่อที่ว่า “ผู้หญิงต้องอาศัยผู้ชายเท่านั้น” เมื่อลูกสาวที่แต่งงานแล้วให้ย้ายออกจากผีเรือนและแซ่ (ตระกูล) ของพ่อไปเป็นสมาชิกของผีเรือนและแซ่ของสามีแทน เมื่อใดก็ตามที่เกิดปัญหาครอบครัว เช่น การหย่าร้าง ผู้หญิงต้องเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ผู้หญิงจะถูกปฏิเสธจากแซ่ของสามี และไม่สามารถกลับมาเป็นสมาชิกในผีเรือนและแซ่เดิมได้อีก เป็นความเชื่อท้องถิ่นที่หลักความเชื่อยังหลงเหลืออยู่ของพี่น้องกลุ่มชาติพันธ์ม้งนะคะ
ซึ่งหลักความเชื่อดังกล่าวนี้“เครือข่ายสตรีม้งในประเทศไทย” ได้จัดการประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของผู้หญิงม้งจากหลายจังหวัดจำนวนนับพันคน ทำให้พบปัญหาความรุนแรงในครอบครัวหลากหลายรูปแบบที่เกิดจากวัฒนธรรมความเชื่อ และประเพณีท้องถิ่นต่อผู้หญิงดังกล่าวนี้ค่ะไม่ว่าจะเป็นการให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว การเลือกปฏิบัติทั้งด้านร่างกายและจิตวิญญาณต่อผู้หญิงที่หย่าร้าง ผู้หญิงหม้าย แม่เลี้ยงเดี่ยว รวมถึงเด็กที่เกิดจากแม่เลี้ยงเดี่ยวค่ะ
“เครือข่ายสตรีม้งในประเทศไทย” ได้ทบทวนบทเรียนการทำงานสิบปีที่ผ่านมา ทำการศึกษาวิจัยศึกษาด้วยตัวเองและได้รับการสนับสนุนจากแผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งได้ข้อค้นพบสิ่งสำคัญที่เป็นกุญแจไขปริศนาทางความเชื่อธรรมเนียมปฏิบัติดังกล่าวด้วยการทำ “พิธีกรรมผู่ (phum)” หรือ โครงการรับลูกสาวกลับบ้าน
โดยเครือข่ายฯ ทำงานร่วมกับผู้อาวุโสชายที่เป็นผู้นำทางพิธีกรรม ผู้รู้ประเพณีปฏิบัติ ผู้นำท้องถิ่นที่เข้าใจปัญหา รวมถึงผู้เป็นพ่อที่มีลูกสาวประสบปัญหา และกลุ่มผู้หญิงที่ประสบปัญหาโดยตรง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางทัศนคติ และความเชื่อทางประเพณีเพื่อให้เกิดความเสมอภาคทางเพศต่อผู้หญิงม้ง โดยการต่อสู้ของผู้หญิงม้ง เป็นการต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงโดยยึดหลักสันติวิธี จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สร้างพลังอย่างยิ่งใหญ่ในพื้นที่
โดยมีครอบครัวที่นำพิธีกรรมผู่ไปใช้จำนวนมาก โดยปัจจุบันผู้หญิงมากกว่า 50 ครอบครัวที่เข้าร่วมพิธีนี้และมีหนึ่งตระกูลแซ่ที่ประกาศใช้พิธีกรรม “ผู่” อย่างเป็นทางการ มีสองตระกูลแซ่ประกาศใช้ในกลุ่มย่อยของตนเอง และเดือนกันยายน พ.ศ. 2560 เครือข่ายสตรีม้งฯ ได้ร่วมกับองค์กรชาวม้ง เช่น สมาคมม้ง เครือข่ายตระกูลม้ง (เครือข่าย 18 แซ่) ชมรมม้งต่าง ๆ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีชาวม้งเป็นผู้นำ ได้ร่วมกันผลักดันให้นำ “พิธีกรรมผู่” ไปใช้กับชุมชนชาวม้งอย่างเป็นรูปประธรรม โดยผู้นำม้งกลุ่มต่าง ๆ ได้ร่วมลงลายมือชื่อบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกันเพื่อเป็นหลักฐานด้วยค่ะ
ด้วยการทำงานเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับสังคมอย่างเป็นรูปธรรม “เครือข่ายสตรีม้งในประเทศไทย” จึงได้รับการประกาศเชิดชูเกียรติผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน เนื่องในวันสตรีสากลประจำปี พ.ศ. 2562 ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในวันพฤหัสบดีที่ 7 มี.ค. 2562 เวลา 10.30 น – 13.30 น. ที่ห้องประชุมเอนกประสงค์ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร อยากเชิญชวนเพื่อนสมาชิกทุกท่านมาให้กำลังใจเครือข่ายสตรีม้งในประเทศไทยและผู้ที่ได้รับการเชิดชูเกียรติทุกท่านร่วมกันนะคะ โดยรายละเอียดในการจัดงานครั้งนี้มีดังนี้ค่ะ
===================
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ขอเรียนเชิญสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงานเชิดชูเกียรติผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน เนื่องในวันสตรีสากลประจำปี พ.ศ. 2562 ในวันพฤหัสบดีที่ 7 มี.ค. 2562 เวลา 10.30 น – 13.30 น. ที่ห้องประชุมเอนกประสงค์ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไปจะได้พบกับกิจกรรมที่น่าสนใจเป็นจำนวนมากนะคะ อาทิ
• พบกับการกล่าวเปิดงานโดย นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในฐานะประธานคณะทำงานด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองด้านสิทธิและความเสมอภาพทางเพศภาพ
• พบกับพร้อมร่วมรับฟังการปาฐกถาในหัวข้อ “มาตรการคุ้มครองผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน” โดย รองศาสตราจารย์ ดร. ปกป้อง ศรีสนิท รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการสังคม คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
• กล่าวแสดงความยินดีต่อบุคคล กลุ่มบุคคลที่ได้รับการประกาศเชิดชูเกียรติ “ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน”โดย Ms. Katia Chirizzi รองผู้แทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
• พิธีมอบเกียรติบัตรเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน เพื่อสร้างขวัญ และกำลังใจในการขับเคลื่อนเพื่อความยุติธรรมในสังคมไทย โดยปีนี้มีผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติดังนี้ 1. เครือข่ายผู้หญิงกลุ่มรักษ์น้ำอูน 2. เครือข่ายสตรีม้งในประเทศไทย 3. เครือข่ายปกป้องสิทธิผู้หญิงมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ 4. มูลนิธิผู้หญิง 5. นางสาวสุธาสินี แก้วเหล็กไหล ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ด้านสิทธิแรงงานและแรงงานข้ามชาติ 6. นางพะเยาว์ อัคฮาด ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน แม่ผู้เรียกร้องความยุติธรรม
• ร่วมรับชมวิดีโอ Presentation ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน
• และร่วมรับฟังเวทีอภิปรายเรื่อง “การถอดบทเรียนจากประสบการณ์การต่อสู้ของผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน” ร่วมอภิปรายโดย ผู้ได้รับการประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ประจำปี พ.ศ.2562 นำอภิปรายโดย นางสาวหทัยรัตน์ พหลทัพ อดีตผู้สื่อข่าวอาวุโส สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จากเพจดีๆ ด้วยครับ

ม้งไทยกับการเมือง ‘ 62 ตอนที่ 2

“เราต้องลุกขึ้นมาแก้ปัญหาของตนเองแทนที่จะให้คนอื่นมาแก้ให้เหมือนครั้งอดีต”

ยอดยิ่ง แสนยากุล

“เป็นโอกาสที่จะมีชาวม้งเข้าสู่สภา”

ประธานเครือข่ายตระกูลม้งในประเทศไทย

หลังจากเราได้รู้จักพี่น้องม้งผู้ลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส. ทั้งระบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขตกันแล้ว ครั้งนี้ขอนำเสนอมุมมองของบางท่านเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งนี้ และเหตุผลที่ตัดสินใจผันตัวเองเข้าสู่การเมือง
เริ่มต้นด้วยคุณยอดยิ่ง แสนยากุล หนึ่งในผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อจากพรรคพลังท้องถิ่นไทย คุณยอดยิ่งตัดสินใจลงเล่นการเมืองครั้งนี้เพราะเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ชาติพันธุ์ของเราต้องลุกขึ้นมาแก้ปัญหาของตนเองแทนที่จะให้คนอื่นมาแก้ให้เหมือนครั้งอดีต ซึ่งทุกครั้งที่ผ่านมาไม่มี ส.ส. คนไหนแก้ปัญหาให้กลุ่มชาติพันธุ์อย่างจริงจัง และเล็งเห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสอันดี หรืออาจเป็นโอกาสครั้งแรกและครั้งเดียวที่จะมีชาวม้งเข้าไปอยู่ในรัฐสภา
“พรรคตอบสนองต่อนโยบายของกลุ่มชาติพันธุ์” คุณยอดยิ่งให้เหตุผลที่ว่าทำไมถึงตัดสินใจเข้าร่วมพรรคพลังท้องถิ่นไทยของคุณชัชวาลล์ คงอุดม “นโยบายของกลุ่มชาติพันธุ์ประกอบด้วยนโยบายคืนผืนป่าให้ประชาชนที่เคยถือครอง ภายใต้แนวทาง ‘คนสร้างป่า ป่าสร้างคน’ นโยบายออกเอกสารสิทธิในที่ดินทำกินให้กับผู้มีสิทธิ์ และนโยบายการสร้างพื้นที่อัตลักษณ์พิเศษให้กลุ่มชาติพันธุ์ นอกจากนั้น นโยบายหลักของพรรคยังเน้นการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ให้ท้องถิ่นปกครองกันเอง”
ด้านคุณเพียรเกตุ มากมีธรกุญชร และคุณชาญวิทย์ เฟื่องฟูกิจการ ประธานและรองประธานเครือข่ายตระกูลม้งในประเทศไทยบอกว่าที่ส่งตัวแทนจากแต่ละตระกูลแซ่ลงสมัครเลือกตั้งครั้งนี้เพราะเห็นว่าเป็นโอกาสที่จะมีชาวม้งเข้าสู่สภาเพื่อเป็นตัวแทนไปดึงงบประมาณจากส่วนกลางมาช่วยเหลือคน  ม้งตามลักษณะปัญหา ส่วนการส่งผู้สมัครลงในนามพรรคประชาชาตินั้นเพราะเห็นว่าพรรคมีนโยบายที่ตอบโจทย์ของชาวม้งและเป็นพรรคฝ่ายประชาธิปไตย
ไตรวิทย์ สหเจริญชัย หนึ่งในตัวแทนจากเครือข่ายตระกูลม้งในประเทศไทยที่ถูกส่งลงสมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งเสริมว่านโยบายของพรรคตอบสนองเกษตรกรคนจนและชาติพันธุ์ “ออกเอกสารสิทธิที่ทำกิน เรียนฟรีจนจบปริญญาตรี เบี้ยคนชรา 3,000 บาทต่อเดือน และนโยบายกับชาติพันธุ์ คือ ส่งเสริมพหุวัฒนธรรม ทุกคนมีสิทธิ์เรียนภาษาของตัวเอง”
“เพราะการเมืองเป็นคำตอบที่จะทำให้สามารถบรรลุความมุ่งหมายได้”  นี่คือเหตุผลของคุณจิรพันธุ์ หาญชัยเวธน์หรือยุผู้ลงสมัคร ส.ส. เขต 5 พิษณุโลก อดีตเด็กวัดยางคอยเกลือที่ต้องการยกระดับการมีส่วนร่วมต่อชุมชนท้องถิ่นและสังคม อีกทั้งต้องการเห็นสังคมที่มีรอยยิ้มจากการได้รับการดูแลอย่างจริงจังและจริงใจ “เยาวชนของชาติในถิ่นทุรกันดารยังไม่ได้รับโอกาสมากนัก จึงอยากเป็นตัวแทนที่จะเชื่อมโครงการดีๆ จากภาครัฐสู่สังคมเหล่านั้นต่อไป”
ถามว่าด้วยระบบการเลือกตั้งที่มีการนำคะแนนรวมทั้งหมดของพรรคไปคำนวณ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อในครั้งนี้จะมีโอกาสที่ได้เห็น ส.ส. ม้งคนแรกในรัฐสภาไหม คุณยอดยิ่งมั่นใจว่ามีโอกาสสูงที่จะเห็นพี่น้องม้งอยู่ในรัฐสภา ส่วนคุณชาญวิทย์คาดว่าอย่างน้อยจะมีชาวม้งได้รับเลือกเป็น ส.ส. 2 ถึง 3 คน