หลังจากปล่อยให้รอมานาน วันนี้มาติดตามประวัติศาสตร์ม้งกันต่อกับเรื่อง “ซานเหมียว-เป๊ม้ง” หรือสามม้งกันครับ
ก่อนอื่นของนำทุกท่านไปรู้จักกับคำ “เป๊ม้ง”กันก่อนครับ…ตามที่ปู่กั๊งซุ แซ่ย่าง แห่งบ้านใหม่หนองหอย เล่านั้นเรื่องมีอยู่ว่า “มีกษัตริย์ม้งผู้ครองเมืองหนึ่งมีพระมเหสี 7 องค์ กษัตริย์พระองค์นี้เกิดความไม่พอใจพระธิดาองค์หนึ่งจึงได้เนรเทศพระธิดาองค์ดังกล่าวออกไปจากนคร ธิดาองค์นี้ตกทุกข์ได้ยากจึงกราบวิงวอนขอความช่วยเหลือจากเทวดา เทวดาจึงประทานผลไม้ให้รวมทั้งได้ช่วยให้เธอมีพระราชโอรสสามพระองค์ เมื่อพระโอรสองค์เล็กประสูติออกมาปรากฏว่ามีสามเศียรในร่างเดียว และก่อนที่นางจะสิ้นพระชนม์ได้บอกชื่อผู้ครองเมืองและทิศทางการกลับสู่เมืองให้โอรสทั้งสามทราบและบอกว่าเจ้าผู้ครองเมืองนั้นแท้จริงก็คือปู่ของทั้งสาม นางให้พระโอรสทั้งสามขอสิ่งที่อยาก องค์ที่มีสามเศียรได้ขอให้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด ภายหลังเมื่อพระมารดาเสด็จสวรรคตแล้วทั้งสามพระองค์จึงออกเดินทางตามหาปู่ตามรับสั่งของพระมารดา เมื่อทรงพบปู่แล้วก็ทรงเล่าเรื่องทั้งหมดให้ผู้เป็นปู่ทราบและได้ทำการศึกษาเล่าเรียนหนังสือ พระโอรสองค์ที่มีสามเศียรทรงพระปรีชาสามารถกว่าอีกสองพระองค์ กษัตริย์จึงได้ตรัสว่าหากพระองค์สวรรคตให้แต่งตั้งหลานที่มีสามเศียรนี้ขึ้นครองราชย์แทน เมื่อข่าวทราบถึงพระมเหสีทั้งเจ็ดของกษัตริย์เจ้าครองเมือง พระมเหสีทั้งเจ็ดทรงไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งจึงหาทางจะประทุษร้ายหลานทั้งสามของพระราชา ทั้งสามจึงได้หลบหนีออกจากนครไปและได้ร่ำเรียนวิชาความรู้ต่างๆ กับอาจารย์ตนหนึ่ง เมื่อร่ำเรียนจนเก่งกล้าซึ่งวิชาความรู้แล้วจึงได้ล่ำลาอาจารย์ออกเดินทางต่อ ประจวบเหมาะกับในช่วงเวลาดังกล่าวได้เกิดการศึกสู้รบทำสงครามกันระหว่างชนเผ่าม้งกับชนชาติจีน หลังจากทำสงครามเป็นระยะเวลายาวนานไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดพ่ายแพ้หรือชนะ แต่สภาวการณ์ของชนชาติม้งกำลังเสียเปรียบ กษัตริย์ทรงเห็นว่าหากปล่อยให้เหตุการณ์เป็นเช่นนี้อีกชนชาติม้งอาจเสียทีได้ จึงได้มีรับสั่งให้ตามหาหลานชายที่มีสามเศียรมาครองราชบัลลังค์ออกรบแทน เนื่องจากตนเองชราภาพมากแล้วประกอบกับหลานที่มีสามเศียรคนนี้เป็นคนเฉลียวฉลาด ปฏิภาณไหวพริบดีเป็นเลิศ เมื่อขึ้นครองราชย์แล้วก็ได้ทำการต่อสู้กับกองทัพจีนด้วยความหาญกล้าและไม่เสียทีข้าศึกง่ายๆ เหมือนดังเช่นแต่ก่อนอีก ไม่มีฝ่ายใดแพ้ชนะมีแต่ผู้คนพากันล้มตายเป็นจำนวนมาก กษัตริย์ทั้งสองฝ่ายจึงได้ทำสัญญาตกลงสงบศึกแล้วมี การแบ่งเขตแดนการปกครองกัน ให้กษัตริย์ม้งปกครองเมืองป้างเต่อหล่าง กษัตริย์จีนปกครองเมืองปี่เจิ้ง ความสงบสุขจึงกลับคืนมาอีกครั้ง”
นี่เป็นเพียงเรื่องราวที่เป็นเพียงเรื่องเล่าไม่มีหลักฐานอ้างอิง ไม่มีน้ำหนักทางประวัติศาสตร์แต่ก็ชี้ให้เห็นว่า “เป๊ม้งอาจสอดคล้องกับตำนานกษัตริย์สามเศียรที่ปู่กั๊งซุเล่า
แล้วซานเหมียวล่ะ ? ซานเหมียวถูกใช้ครั้งแรกในตำนานไคเภ็ก ตอนจิวลี่ทั้งเก้าต่อสู้กับเซาหาวหรือกิมเต็กอ๋องแห่งหัวเซี่ย โดยฝ่ายหัวเซี่ยให้เกาเหลงกับเจ้าเมืองทั้ง 9 ยกทัพมาโจมตีและล้อมเมืองของเผ่าจิวลี่ไว้จนอาหารใกล้หมด เกาเหลงจึงถอยทัพกลับเมืองหลวง จากนั้นจึงเจริญไมตรีกับชาวเหมียวขึ้นด้วยการส่งเกาหยาง (Gao Yang) หลานชายมาเป็นตัวประกันในอาณาจักรซานเหมียว ต่อมาเซาหาวถึงแก่กรรม เกาหยางจึงกลับไปรับตำแหน่งกษัตริย์แห่งหัวเซี่ย นามว่า ‘จวนซู’ หลี่ทำได้ลุกขึ้นนำทัพไปประชิดเมืองหลวง เกาเหลงจึงยกทัพมาต่อกรกับชาวเหมียวจนอาณาจักรซานเหมียวล่มสลาย
ขณะที่มีบางคนที่ศึกษาเรื่องราวตำนานของชาวม้ง (เหมียว) และจีนแล้วลงความเห็นว่า ซานเหมียวหรือเหมียวทั้งสามนั้น คือ ก้งกง ซู่หรงและฮวนโตว สามผู้นำกบฏต่อต้านการปกครองของซุ่นในยุคต่อมา
นี่เป็นเพียงเรื่องราวที่นำมาให้ทุกคนได้อ่านกัน จริงเท็จแค่ไหนไม่อาจทราบได้ อาณาจักรซานเหมียวมีจริงไหม ? ตกลงซานเหมียวคือใคร ? แล้วทำไมเราถึงแทนพวกเราว่า เป๊ม้ง ? ก็คงเป็นหน้าที่ของพวกเราไปสืบหากันต่อไป…ถึงความจริงจะออกมาเช่นไรก็ไม่อาจเปลี่ยนคำๆ นี้ไปจากเราได้…เป๊ม้ง