สภาผู้แทนราษฎรมลรัฐอะลาสกาผ่านร่างกฎหมายจัดตั้งวันทหารผ่านศึกชาวม้งสัญชาติอเมริกัน

วันจันทร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมาสภาผู้แทนราษฎรแห่งมลรัฐอะลาสกามีมติให้วันที่ 15 พฤษภาคมของทุกปีเป็นวันทหารผ่านศึกของชาวม้งสัญชาติอเมริกัน เพื่อระลึกถึงทหารม้งที่รบเคียงบ่าเคียงไหล่กับสหรัฐอเมริกาตลอดช่วงสงครามเวียดนาม

ในช่วงปี ค.ศ. 1960 สหรัฐอเมริกาสรรหาชาวม้งเพื่อช่วยต่อสู้กับลัทธิคอมมิวนิสต์ในอินโดจีน หลังจากสหรัฐพ่ายแพ้ในสงครามลับครั้งนี้และถอนตัวออกจากสมรภูมิ ชาวม้งกลายเป็นเป้าโจมตีของทหารเวียดมินห์และลาวจนมีชาวม้งจำนวนมากต้องอพยพลี้ภัยออกจากบ้านเกิดเมืองนอน ทุกวันนี้มีชาวม้งอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกาประมาณ 260,000 คน รวมทั้งในอะลาสกาอีก 3,500 คน
รัฐบาลสหรัฐฯสัญญาจะให้สิทธิพลเมืองและสถานภาพแก่ทหารม้งภายหลังสงคราม แต่พวกเขาต้องรอนานถึง 50 ปี สัญญาครั้งนั้นถึงเป็นจริง ดูเหมือนว่าความสำคัญของพวกเขาถูกมองข้ามไป
ร่างกฏหมายฉบับที่ 56 กำหนดให้เฉลิมฉลองและให้เกียรติชาวม้งผู้ซึ่งถูกลืมไปว่าเคยเสียสละเพื่อประเทศชาติและนำความภาคภูมิใจมาสู่ตน ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร Geran Tarr ผ่านมติ 38 ต่อ 1 เสียง ซึ่งตอนนี้กำลังนำขึ้นให้ สว. พิจาณา

ส.ส. เจเรน ทารร์ (Rep. Geran Tarr) ผู้ผลักดันร่างกฏหมายกำหนดวันทหารผ่านศึกชาวม้งสัญชาติอเมริกันในมลรัฐอะลาสกา สหรัฐอเมริกา

“ในนามของทหารผ่านศึกชาวม้งในมลรัฐอะลาสกาและในนามของครอบครัวทหารผ่านศึกขอขอบคุณรัฐสภามลรัฐที่เห็นชอบต่อร่างกฏหมายที่ 56 นี้ ผมภูมิใจเช่นทหารม้งนายอื่นๆที่ได้ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับทหารอเมริกัน” ประเสริฐ แซ่ลี ทหารผ่านศึกชาวม้งสัญชาติอเมริกันกล่าว “การกำหนดวันเฉลิมฉลองนี้ประจำปีเช่นนี้จะทำให้พวกเราได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการเสียที”
ขณะที่ ส.ส. Laddie Shaw อดีตทหารหน่วยซีล (SEAL) ปลดประจำการกล่าวว่า “คนในรุ่นผมส่วนมากได้รับเงินบำนาญสำหรับภารกิจของเรา แต่กฏหมายฉบับนี้มีความสำคัญยิ่งเนื่องจากทำให้มั่นใจได้ว่าทหารผ่านศึกชาวม้งจะได้รับเกียรติและเป็นที่ยอมรับจากการมีส่วนร่วมกับพวกเรา”
ด้าน ส.ส. Geran Tarr ได้กล่าวขอบคุณเสียงสันบสนุนของทุกฝ่ายว่า “ดิฉันปลื้มปีติและรู้สึกเป็นเกียรติที่ท่าน ส.ส. ชอว์ สนับสนุนร่างกฏหมายฉบับนี้ ดิฉันขอขอบคุณเพื่อนทหารผ่านศึกทุกคนที่ได้ปฏิบัติภารกิจของพวกเขา และขอบคุณเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่สนับสนุนร่างกฏหมายฉบับนี้”

แปลจาก House of Representatives Passes Bill to Establish Hmong-American Veterans Day.

ใน https://alaska-native-news.com

ฉู่-เหมียว-ม้ง

แผนที่รัฐฉู่
(จาก wikipedia.org)

หลังจากหายหน้าหายตาไปนาน จนเพื่อนๆ อาจคิดว่า 3Hm หมดกำลังใจจนถอดใจไปแล้ว…เปล่าครับ…แค่ชาวงนี้งานยุ่ง…ยุ่งมากจนไม่มีเวลามาแบ่งปันเรื่องราวของพี่น้องม้งให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน
เข้าเรื่องเลยคราาาบ…ฉู่-เหมียว-ม้ง
เพื่อนๆ ที่ชอบดูหนังจีนย้อนยุคคงเคยได้ยินคำว่ารัฐฉู่…หรือฌ้อปาอ๋องมาบ้าง…แล้วเกี่ยวอะไรกับคนม้ง?
ชาวม้งรุ่นปู่ๆย่าๆ มีเรื่องเล่านมนานไว้ว่า ประมาณพันปีก่อนคริสตกาลมีคนอยู่ด้วยกัน 7 กลุ่มแยกตัวปกครองกันเอง หนึ่งในนั้นมีชาวม้งปกครองชื่อว่า “จู” หรือ “จือ” มีผู้ปกครองแซ่ซังหรือโซ้งสองคนคือ “ชงยี่” กับ “ซงจี” เมื่อกลุ่มชินได้เข้ามาแย่งชิงและโค่นผู้นำกลุ่มจูลง ชาวม้งจึงแตกระส่ำระสายไปตามที่ต่างๆ…ใช่ครับ…ตามประวัติศาสตร์นั้นรัฐฉู่สถาปนาโดย ซ่งยี (Xiong Yi) ในปี 1030 ก่อนคริสตกาล…แล้วชาวม้งสมัยโน้นรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร เมื่อเราๆ ท่านๆ ในสมัยนี้ที่มีการศึกษายังไม่รู้เลย
ชาวม้งมีตำนานเรื่องเล่าของจื๊อช่อ (ไว้จะเล่าให้ฟังวันหลังนะคราาบ) ที่ลุกขึ้นมาปกครองบ้านเมือง หรือ บางทีคำ “จื๊อช่อ” อาจหมายถึง รัฐฉู่ เช่นเดียวกับที่ชาวม้งเรียกประเทศจีน ว่า “ตั่วช่อ” อินโดจีน ว่า “สอช่อ” หรือเปล่า ?
ตามที่มีบันทึกไว้นั้น เขียนไว้ว่าหลังจากราชวงศ์เซี่ยครองแผ่นดินจงหยวนได้หลายชั่วรุ่น ซางทังหัวหน้าเผ่ายินจึงรวบรวมเผ่าอื่นๆ โค้นราชวงศ์เซี่ยแล้วสถาปนาราชวงศ์ซางขึ้นแล้วใช้หลักเมตตาธรรมปกครองแผ่นดิน ชาวเหมียว (ม้ง) ที่อยู่รอบนอกอาณาจักรทางตอนใต้จึงใช้ชีวิตอย่างสันติ แต่แล้วเมื่อราชวงศ์ซางเข้มแข็งจึงเริ่มทำศึกกับเผ่าต่างๆ จักรพรรดิ์เอาแต่เสพุขไม่สนใจทุกข์สุขราษฎร จีฟาผู้นำเผ่าโจวจึงรวบรวมบรรดาเผ่าต่างๆ ยึดอำนาจราชวงศ์ซางสำเร็จแล้วสถาปนาตนเป็นจักรพรรดิโจวอู่หวัง เพราะเผ่าเหมียวไม่ยอมร่วมรบด้วยในครั้งนี้โจวอู่หวังจึงใช้กำลังผลักดันเผ่าเหมียวไปยังซานเว่ยตอนใต้ของมณฑลกานซู
เมื่ออยู่ไกลจากอำนาจของราชวงศ์โจว ชาวเหมียวจึงใช้ชีวิตผาสุขได้หลายร้อยปีจนกระทั่งแผ่นดินโจวขยายมาถึง โจวเจาหวังจึงยกทัพบุกชาวเหมียวในแถบลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียงและแม่น้ำฮั่นสุ่ย แต่กองทัพของโจวสูญเสียกำลังพลและจักรพรรดิโจวเจาหวังเสียชีวิตลงที่แม่น้ำฮั่นสุ่ย ต่อมาปี 826 ก่อนคริสตกาล แม่ทัพฟางโจว (Fang Chou) จึงนำทหารสามแสนนายพร้อมรถศึกสามพันคันบุกพิชิตชาวเหมียว ชาวเหมียวจึงทิ้งแผ่นดินหนีลงมาหูหนานในรัฐฉู่
นอกจากนั้น ในปี ค.ศ. 1972 ได้มีการขุดสุสานหญิงชาวรัฐฉู่ชื่อซินสุย (Xin Zhui) พบภาพวาดและชิ้นส่วนผ้าไหมคลุมโลงศพมีลักษณะเช่นเดียวกับผ้าของชาวเหมียว (ม้ง) ภายในโลงศพรูปตัวที (T) ซึ่งบ่งบอกถึงขวัญสามอย่างตามความเชื่อของชาวเหมียวและชาวม้ง ขณะที่ที่ตั้งรัฐฉู่นั้นอยู่บริเวณเดียวกับซานเหมียวในยุคสมัยก่อนอีกด้วย (ใครอยากรู้ว่าแม่นางซินสุยเป็นอย่างไรตาม link นะคราาาบ..หรือหาดูตาม youtube เด้อ)

https://www.sinistersword.com/2017/07/21/xin-zhui-the-marquise-beneath-the-mound/

บางที…ชาวม้งอาจเคยเป็นประชากรส่วนหนึ่งของรัฐฉู่…หรือเคยปกครองรัฐฉู่มาก่อน…หรืออาจไม่เคยเกี่ยวข้องเลย…แต่เชื่อว่าชาวม้งเคยอาศัยในรัฐฉู่มาก่อน…แล้วเพื่อนๆ ล่ะ ?

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :
A History of the Hmong : From Ancient Times to the Modern Diaspora ของ Thomas S. Vang
Chinese history : summer program offers students rare opportunity to learn Hmong history in China 
ฝิ่นกับคนม้ง : พลวัตความหลากหลายและความซับซ้อนแห่งอัตลักษณ์ของคนชายขอบ
http://www.freeweb.com/hmonghistory

ความทุกข์ยากของชาวม้งคาทอลิกในเวียดนาม

ชาวม้งผู้นับถือคาทอลิกหลายพันคนใน Giang La Pan เขตภูเขา Yen Yen ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนามต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความมืดของกลางคืน พวกเขาปราศจากไฟฟ้า น้ำประปา การศึกษา สุขอนามัยและถนนหนทางเชกเช่นชนเผ่าอื่น
เพจ HmoobKavTosLivAsia ลงข่าวนี้เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2562 ว่า ชาวม้งที่นับถือคาทอลิกในประเทศเวียดนามต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความทุกข์ยากในโลกศิวิไลซ์ใบนี้ พวกเขาต้องต่อน้ำจากภูเขามาใช้ในหมู่บ้าน ใช้แสงสว่างจากไฟฉายและโทนศัพท์มือถือเพื่อส่องทางในคืนเดือนมืด ต้องแบกสิ่งของไว้บนบ่าหรือนั่งรถจักรยานยนต์ไปตามเส้นทางแคบๆ คดเคี้ยวตามไหล่เขา เด็กนักเรียนต้องตื่นแต่เช้าเดินเท้าเปล่าเป็นระยะทาง 20-50 กิโลเมตรเพื่อไปโรงเรียน ถึงแม้ชีวิตจะลำบากยากเข็ญเพียงใดก็ตาม พวกเขายังคงศรัทธาในคาทอลิกที่บรรพบุรุษของพวกเขายืดถือมากว่า 80 ปี และเข้าร่วมมิสซาขอบพระคุณทุกวันอาทิตย์ในโบสถ์ประจำหมู่บ้าน ศาสนสถานที่คอยเติมพลังใจ พลังชีวิต พลังงานให้มือถือและไฟฉายของพวกเขา