Nyob hauv Txiv Plig Nyiaj Pov phau ntawv ‘Lub keeb ntseeg nyob Los Tsuas teb’ tau piav txog ib tus Tswv Qhia tuaj ua xyam txog Hmoob. Lo “Xyam” yog dab tsi?
Xyam txhais tias Cinema
คุณอยากให้ภาษาม้งดำรงอยู่กับชาวม้งตลอดไปหรือไม่?
“พวกเขากำลังสร้างค่านิยมให้พี่น้องม้งคนอื่นเห็นว่าภาษาของม้งนั้นไร้คุณค่า เหมือนพวกเขากำลังผลักดันให้ชาวม้งหันไปใช้ภาษาอื่นแทน”
คุณพ่ออีฟ ไบแตร ผู้ริเริ่มใช้อักขระละตินเขียนคำภาษาม้ง
วันนี้ผมขอนำเสนอบทความของคุณพ่อไบแตรที่เขียนลงในวารสารม้งเมื่อปี พ.ศ 2544 มาให้ทุกคนได้อ่านกันนะครับ บทความนี้คุณพ่อตั้งชื่อว่า “คุณอยากให้ภาษาม้งดำรงอยู่กับชาวม้งตลอดไปหรือไม่?”
คุณพ่อไบแตรเขียนไว้ว่า “พ่อเกิดในปี พ.ศ. 2464 ที่ประเทศฝรั่งเศส ดังนั้น พ่อจึงบอกไม่ได้ว่าพ่อเป็นคนม้งคนหนึ่ง แต่พ่อใช้ชีวิตอยู่กับชาวม้งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 จนถึงปี พ.ศ. 2544 รวม 51 ปีเต็ม พ่อจึงถือวิสาสะถามพวกเธอทั้งหลายที่เป็นชาวม้ง 2-3 คำถามว่า
คำถามที่ 1 เธอรักเผ่าพันธุ์ของเธอมากกว่าชนชาติอื่นใช่หรือไม่?
คำถามที่ 2 เธอรักภาษาม้งของเธอจริงไหม?
คำถาที่ 3 เธอสังเกตไหมว่าในประเทศที่เธออาศัยอยู่นั้น ภาษาม้งกำลังเริ่มสูญหาย ?
คำถาที่ 4 เธอเคยคิดมั้ยถ้าไม่มีใครใช้ภาษาม้งแล้วในภายภาคหน้าชื่อของชาวม้งจะหายไปจากสารบบ?
คำถามที่ 5 เธอมั่นใจมั้ยว่าชาวม้งอย่างเธอสามารถมีส่วนช่วยอนุรักษ์และสืบสานภาษาม้งต่อไปในภายภาคหน้าได้ ?
คำถามที่ 6 ทุกวันนี้เธอมีส่วนช่วยอนุรักษ์และสืบสานภาษาม้งให้คงอยู่หรือไม่?
พ่อหวังว่าพวกเธอจะให้คำตอบแก่ตัวเองสำหรับทั้งหกคำถามขั้นต้น แต่สำหรับพ่อแล้วพ่อขอตอบคำถามที่ 5 ให้พวกเธอได้รับรู้กัน ดังนี้ ถ้าชาวม้งในยุคสมัยนี้มีหัวใจที่เข้มแข็งเหมือนบรรพบุรุษ พ่อเชื่อว่าชาวม้งจะยืนยัดและเจริญรุ่งเรืองต่อไปได้ เราจะเห็นว่าชาวม้งรุ่นก่อนนั้นต้องเผชิญภัยคุกคามจากชาวจีนมาหลายพันปีแต่พวกเขาก็ยังยืนยัดถึงทุกวันนี้ ไม่ได้ถูกกลืนเป็นชาวจีนเหมือนชนเผ่าอื่นๆ
พ่อบอกเช่นนี้บางทีอาจมีบางคนแย้งพ่อว่า “ก็เมื่อก่อนนั้นประชากรน้อยกว่าสมัยนี้ ดังนั้น พวกเขาถึงต่างคนต่างอยู่กันได้ ดูสิ สมัยนี้แต่ละประเทศมีนโยบายกลืนกินชนกลุ่มน้อยให้เป็นประชากรของประเทศนั้นๆ ดังนั้น เราจึงต้องคล้อยตามไปด้วย”
พ่อจะตอบกลับไปว่า “ความจริงข้อนี้พ่อรู้ดี แต่สมัยนี้ยังมีหนทางอีกมากสำหรับคนที่มีจิตใจอยากสืบสานความเป็นตัวตนของเผ่าตนเอง ขอเพียงกล้าลุกขึ้นมาแล้วร่วมมือกัน”
สิ่งแรกที่จะช่วยอนุรักษ์สืบสานภาษาม้งไม่ให้สูญหาย คือ ตัวอักษรม้งที่พวกเราใช้กันทุกวันนี้ ตัวอักษรม้งที่พ่อกับอาจารย์คนอื่นช่วยกันสร้างสรรค์ขึ้นใน ปี พ.ศ. 2495 ที่หลวงพระบาง ประเทศลาว ตัวอักษรม้งที่หลายๆ คนเรียกกันคุ้นปากว่า อักษรม้งละติน แต่เดี๋ยวนี้พวกเราได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น อักษรม้งสากล ทำไมถึงเรียกอักษรม้งสากล? เพราะเป็นตัวอักษรที่ชาวม้งส่วนมากใช้กัน เท่าที่พ่อรู้น่าจะมีประมาณสองถึงสามหมื่นคนที่อ่านออกและเขียนได้ ไม่ว่าจะเป็นม้งขาว ม้งเขียวหรือม้งปัวก็สามารถอ่านกันได้เหมือนกันหมด ดังนั้น ใครที่ใช้เป็นจึงติดต่อกับพี่น้องชาวม้งคนอื่นได้ทั่วโลก
ไม่ว่าชาวม้งที่หันมานับถือศาสนาคริสต์หรือยังคงนับถือบรรพบุรุษ พวกเราสามารถผลิตหนังสือสักเล่มเป็นภาษาม้งให้ทุกคนได้อ่านกันก็เพราะปู่ย่าตายายของเราที่ช่วยกันสอนถ่ายทอดคำศัพท์ต่างๆ จากรุ่นสู่รุ่นไม่ให้สูญหาย สำหรับพ่อเองนั้นพ่อเชื่อว่ายังมีคำภาษาม้งอีกมากที่ทุกคนยังไม่รู้ พ่อจึงมีความปรารถณาอยากให้คนรุ่นก่อนถ่ายทอดคำเหล่านั้นสู่หนังสือผ่านตัวอักษรม้งสากล เพื่อให้คนรุ่นนี้ได้รับรู้และใช้กัน
มีหลายครั้งที่คนรุ่นนี้ใช้คำทับศัพท์จากภาษาอื่น พวกเขาคิดว่าม้งไม่มีคำๆนี้ใช้ แต่ไม่ใช่สำหรับคนเฒ่าคนแก่ ด้วยเหตุนี้ คนรุ่นก่อนจึงต้องคุยกับคนรุ่นนี้บ่อยๆ ให้พวกเขาเข้าใจและได้ฟังคำศัพท์ที่ชาวม้งมีและใช้
อักษรม้งสากลเป็นเครื่องมืออนุรักษ์และสืบสานภาษาม้ง ถ้าพวกเราช่วยกันเรียนช่วยกันฝึกไม่ใช่คิดแต่จะประดิษฐ์หรือปรับแก้อักษรม้งอยู่ร่ำไป เราอย่าเสียเวลา เสียเงินทองและเสียปัญญามาคิดถึงการปรับแก้อีกเลย ขอให้เราใช้เวลานี้มาศึกษาและสืบสานภาษาม้งของเราผ่านตัวอักษรม้งสากลนี้จะดีเสียกว่า
นอกจากตัวอักษรม้งที่มีอยู่นี้แล้ว สิ่งอื่นที่จะช่วยดำรงภาษาม้งไว้คือ โอกาสที่ชาวม้งได้รับผ่านการอาศัยอยู่หลายประเทศที่หลากความคิดต่างวัฒนธรรม บางทีโอกาสนี้อาจเป็นสิ่งทำลายภาษาม้งให้ดับสูญแต่ก็เป็นช่องทางผลักดันภาษาม้งให้ก้าวต่อไปได้ เพราะอะไร?
1. การอาศัยอยู่หลายประเทศเปิดโอกาสให้ชาวม้งมีความรู้ที่หลากหลาย
2. ชาวม้งได้พบเห็นการพัฒนาของประเทศต่างๆ ชาวม้งจึงต้องการที่จะพัฒนาชนเผ่าของตนให้ได้อย่างประเทศนั้นๆ
3. ด้วยนิสัยขยันขันแข็ง ชาวม้งจึงต้องการผลักดันการใช้ภาษาม้งและดำรงไว้
นอกจากนั้น ในยุคที่ชาวม้งกระจัดกระจายไปทั่วโลกนั้นเป็นยุคโลกาภิวัฒน์ที่มีสิ่งประดิษฐ์อย่างคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต หรือเว็บไซต์ ระบบเครือข่ายเหล่านี้เชื่อมชาวม้งจากทั่วโลกให้เข้าถึงกันเหมือนอยู่ใกล้ชิดกันในชุมชนเดียวกัน ขอเพียงใครสักคนเริ่มสร้างระบบชุมชนนี้ขึ้นมาเท่านั้น
ปัญหาอยู่ที่ว่า คนสูงอายุไม่สามารถใช้อุปกรณ์เหล่านี้ได้ แต่พวกเขายังมีลูกหลานที่อาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกันที่ใช้เป็น ดังนั้น คนสูงอายุทั้งหลายอย่าถือตัวว่าตนเป็นผู้ใหญ่ไม่สมควรขอคำชี้นำจากลูกหลาน อย่า อย่าให้ลูกๆ ของคุณต้องจ้างคุณเรียนรู้เทคโนโลยี คนหนุ่มสาวทั้งหลายอย่าใจร้อนกับความล่าช้าของผู้สูงอายุ อย่าดูถูกภาษาของตนเอง ไม่เช่นนั้น องค์ความรู้ที่คนรุ่นก่อนมีจะถูกฝังไปพร้องร่างไร้วิญญาณของเขา
พ่อเห็นคนม้งที่มีการศึกษาใช้ภาษอังกฤษเพื่ออธิบายตัวตนของชาวม้งให้ผู้อื่นได้เข้าใจ พวกเขาเป็นลูกหลานชาวม้งแต่ไม่ใช้ภาษาม้ง พ่อเห็นแล้วพ่อเสียใจ พ่อคิดว่าสิ่งที่พวกเขาทำอยู่นั้นเป็นการช่วยหรือทำลายชาวม้งกันแน่ พวกเขากำลังสร้างค่านิยมให้พี่น้องม้งคนอื่นเห็นว่าภาษาของม้งนั้นไร้คุณค่า เหมือนพวกเขากำลังผลักดันให้ชาวม้งหันไปใช้ภาษาอื่นแทน
พี่น้องชาวม้งทั้งหลาย พ่อรู้มาว่ามีชาวม้งหลายคนที่สหรัฐอเมริกาพยายามอนุรักษ์ภาษาม้งและหาคำใหม่ๆ มาอธิบายศัพท์ใหม่ที่ชาวม้งไม่รู้จักมาก่อน พ่อมีความยินดีมากเมื่อพ่อทราบเช่นนี้
บางทีพวกเธออาจคิดในใจว่า “ทำไมฝรั่งตาน้ำข้าวอย่างพ่อมาพูดอะไรเช่นนี้กับชาวม้ง?”
คุณพ่อไบแตรเป็นชาวฝรั่งเศสแต่ท่านกลับมองเห็นปัญหาที่ชาวม้งกำลังเผชิญ ท่านห่วงว่าสักวันหนึ่งเราชาวม้งจะทอดทิ้งภาษาของเรา ทอดทิ้งความเป็นม้งของเรา ด้วยเหตุนี้ท่านจึงเขียนบทความนี้ขึ้นเพื่อเตือนสติพี่น้องม้งทั้งหลาย จากวันนั้นจนถึงวันนี้ 18 ปีเต็ม ผมอยากให้ทุกคนลองย้อนดูตัวเองว่าทุกวันนี้เรามีส่วนช่วยสานต่อภาษาม้งของเราไหม หรือเราทิ้งไว้กับอดีตที่ผ่านมาเพื่อปลดปล่อยตัวเองออกจากพันธนาการของสังคมที่จองจำเราไว้
Sim Ceeb/Yaj Ceeb/Yeeb Ceeb
Sim Ceeb (ซยี่ เจ้ง) มาจากคำในภาษาจีนว่า Shi Jie ที่แปลว่า โลก แต่สำหรับชาวม้งแล้วคำๆนี้ใช้ในความหมายที่หมายถึง “จักรวาล”
Yaj Ceeb (ย่า เจ้ง) แปลว่า โลกมนุษย์
Yeeb Ceeb (เย้ง เจ้ง) แปลว่า โลกวิญญาณ หรือโลกหลังความตาย
Yaj-Yeeb มาจากระบบความเชื่อหยินหยางที่ชาวม้งได้รับอิทธิพลจากลัทธิเต๋านั่นเอง
