พรรคมินนิโซตาเอเชียแปซิฟิก : สมาชิกนิติบัญญัติชาวม้งกำลังกำหนดวาระการประชุมในวงกว้าง

สมาชิกพรรคการเมืองมินนิโซตาเอเชียแปซิฟิก จากซ้ายไปขวา : Sen Foung Her, Kaohly Her, Tou Xiong, Jay Xiong.

ในขณะที่การเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาถือเป็นเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์สำหรับชาวม้งในมินนิโซตาเนื่องจากมีชาวม้งสี่คนได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐมินนิโซตา
Kaohly Her, Samantha Vang, Jay Xiong และ Tou Xiong ได้รับเลือกเข้าไปสมทบกับ Fue Lee และ Sen Foung Her กลายเป็นกลุ่มผู้ร่างกฎหมายที่มากที่สุดของชาวม้งในมินนิโซตา และเมื่อวันที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมาพวกเขาประกาศก่อตั้งพรรคมินนิโซตาเอเชียแปซิฟิกขึ้น
 “การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมานี้เป็นประวัติศาสตร์ เป็นการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์และเราต้องการที่จะทำให้พรรคนี้เป็นเครื่องหมายของช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์นั้น เราตั้งชื่อเฉพาะว่าพรรคมินนิโซตาเอเชียแปซิฟิก …ถึงแม้ว่าเราทั้งหกจะเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติชาวม้ง แต่เรารู้ว่า API Minnesotans มีความหลากหลายและเราต้องการทำให้สิ่งนี้เป็นก้าวสำคัญสำหรับผู้นำ API ในอนาคตที่จะก้าวเข้ามา” Samantha Vang หัวหน้าพรรคกล่าว
พรรคมินนิโซตาเอเชียแปซิฟิกจะเป็นเวทีสำหรับยกระดับปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียแปซิฟิก พวกเขามุ่งหวังที่จะเพิ่มการเข้าถึงและการมีส่วนร่วมกับชุมชน API ในทุกระดับของรัฐบาล
พรรคจะประชุมกับองค์กรและกลุ่มผู้สนับสนุนชาวเอเชีย – อเมริกันเพื่อรับฟังปัญหาในชุมชน หลังจากการออกกฎหมาย พวกเขาวางแผนที่จะจัดประชุม ณ ศาลากลางจังหวัดทั่วรัฐ  จะอภิปรายและหวังทำงานด้านการตรวจคนเข้าเมืองและการเนรเทศ, การศึกษา, สุขภาพ, สิ่งแวดล้อมและการเกษตร
สมาชิกบางส่วนขึ้นแถลงในงานประชุมนักกฏหมายชาวม้งเมื่อวันที่ 17 มกราคมที่หอสมุดอิสรภาพฝั่งตะวันออกของเซนต์พอล ที่นั่น Jay Xiong, Tou Xiong และ Sen Foung​ Her ฟังความกังวลของผู้คนเกี่ยวกับการศึกษา โครงสร้างพื้นฐานที่เข้าถึงได้ การค้าเพศและการสร้างท่อไปยังศาลากลางที่หลากหลายมากขึ้น
“ หลายสิ่งที่เราจะทำ – บางอย่างจะเป็นการศึกษา ไม่ใช่แค่การศึกษาสำหรับ นักกฏหมายของเรา แต่การศึกษาเพื่อชุมชนเกี่ยวกับปัญหาที่พวกเขาอาจไม่ได้ตระหนักถึงผลกระทบต่อพวกเขา​ Sen Foung​ Her​ รองหัวหน้าพรรคกล่าว​ “เมื่อเราได้รับข้อเสนอแนะจากชุมชนของเรา สิ่งเหล่านั้นอาจเปลี่ยนไปและอาจเปลี่ยนแปลงได้เพราะสิ่งอื่น ๆ อาจเกิดขึ้นอย่างมีสำคัญและเร่งด่วนยิ่งขึ้นสำหรับเราในการจัดการปัญหาในเวลานั้น
นโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ส่งผู้ลี้ภัยสงครามเวียดนามที่เดินทางมาถึงสหรัฐอเมริกาก่อนปี 2538 กลับก่อให้เกิดความกังวลอย่างมากในชุมชนชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้​โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐมินนิโซตา
เพื่อจำกัดวงปัญหาระดับชาตินี้ พรรคหวังที่จะดูกระบวนการอภัยโทษในมินนิโซตา บางครั้งบุคคลอาจถูกเนรเทศเนื่องจากความเชื่อมั่นที่น้อยและล้าหลัง ตอนนี้ผู้ว่าการอัยการสูงสุดและหัวหน้าผู้พิพากษาศาลฎีกาแห่งรัฐมินนิโซตาทุกคนต้องเห็นด้วยในการอนุญาตให้มีการผ่อนผันให้กับบุคคลเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเนรเทศ
“ บุคคลเหล่านี้ที่ได้รับการส่งกลับ ได้รับการสนับสนุนให้มีส่วนร่วมในพลังทางเศรษฐกิจของมินนิโซตา พวกเขาถูกส่งกลับเพราะความผิดที่พวกเขาชดใช้ไปแล้ว”
พรรคหวังว่าจะทำงานเพื่อให้มั่นใจว่ามีเงินทุนเพียงพอสำหรับการเรียนรู้ภาษาอังกฤษและพูดหลายภาษาในโรงเรียน โดยรวมแล้วพวกเขาต้องการให้แน่ใจว่าสมาชิกชุมชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยไม่มีอุปสรรคด้านภาษา
พวกเขาวางแผนที่จะสนับสนุนเกษตรกรชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในมินนิโซตาเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาสามารถเข้าถึงสินเชื่อที่ดินเพื่อการเกษตรและจำหน่ายผลผลิต พวกเขาจะต้องคำนึงถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อชุมชนเกษตรและจะส่งผลกระทบต่อการผลิตทางการเกษตรอย่างไร เกี่ยวกับสุขภาพนั้นพรรคกล่าวว่าพวกเขาต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการระบาดของวัณโรคในชุมชนม้งและสิ่งที่พวกเขาสามารถทำได้
ชาวเอเชียแปซิฟิคในมินนิโซตาคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 5% ของประชากรของรัฐและเพียง 3 เปอร์เซ็นต์ของสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ
“ แม้ว่าเราจะมีสัดส่วนไม่พอสำหรับสะท้อนถึงประชากรในรัฐมินนิโซตา แต่ก็เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่าเราจะพยายามก้าวไปข้างหน้า” Sen.​ Foung กล่าว

ข่าวจาก : https://www.minnpost.com

รวบชาวม้งเตรียมยาบ้ากว่า​ 4 แสนเม็ดส่งพัสดุขาย

วันนี้​ (27​มกราคม​ 2562) ข่าวจากช่อง​ 3 รายงานว่าตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดภูธรจังหวัดเชียงราย นำกำลังเข้าจับกุมชายชาวม้ง 3 คน ทราบชื่อ คือนายสมชาย เกษมเพ็ญพันธ์ อายุ 28 ปี, นายสุกิจ ธนากรศิลป์ อายุ 48 ปี และนาย สวัสดิ์ แซ่ลี้ อายุ 26 ปี ขณะนำยาเสพติด 460,000 เม็ด และไอซ์ 2 กิโลกรัม ใส่กล่องพัสดุไปส่งที่บริษัทรับส่งสินค้าแห่งหนึ่งในเขตตัวเมือง จังหวัดเชียงราย โดยยาเสพติดทั้งหมดมีการระบุปลายทางคือกรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่จึงทำการยึดของกลาง และนำตัวทั้ง 3 คน ไปดำเนินคดีและสอบสวนขยายผลหาผู้ร่วมขวบการต่อไป

ข่าวจาก​ http://news.ch3thailand.com/local/86423

ร้านอาหารปอบอัพชาวม้งกำลังโด่งดังที่ Sociable Cider Werks residency

ครัวยูเนียนคิทเช่น (Union Kitchen) ของเยีย ว่างและคริส เฮ่อ (Yia Vang, Chris Her) กำลังได้รับความนิยมไปทั่วเมืองทวินซิตี้ด้วยอาหารที่โดดเด่น
เยีย ว่างเล่าถึงความทรงจำเรื่องอาหารครั้งแรกของเขาว่าตอนอยู่ในสวนหลังบ้านในรัฐวิสคอนซิน พ่อ ลุงและคนอื่นๆ กำลังลงมือขุดหลุมสำหรับย่างบาร์บีคิวและหมูย่างตามแบบวิถีชีวิตของพวกเขาเมื่อครั้งอยู่ประเทศลาว ความฝันของเขาคือการเป็นนักกีฬาแต่แล้วเมื่อเขาได้สัมผัสกับครัว ก็ทำให้เขาหลงรักครัวขึ้นมา เขาพูดว่า ครัวก็เหมือนแฟนเก่าที่พยายามเลิกแต่สุดท้ายต้องกลับมาหา
ประสบการณ์พบรักครั้งนี้นั้นเกิดเมื่อตอนที่เขาเป็นผู้ประสานงานครัวให้โบสถ์ที่เมืองทวินซิตี้ เขาได้ลองทำอาหารแล้วก็รักการทำอาหารขึ้นมา
เยียบอกว่า “การทำอาหารไม่ใช่แค่งานแต่เป็นการปลูกฝัง ปลูกฝังให้ทำอาหารโดยมีจุดประสงค์ว่าทำไมถึงทำอาหาร” ซึ่งเหตุผลของเขา คือ ต้องการเล่าเรื่องราวของพ่อแม่ผ่านอาหารที่เขาทำ เขาเสริมว่าเขาเป็นแค่ผู้บรรยายและคอยอำนวยความสะดวกให้เท่านั้น
“อาหารม้งไม่ใช่แค่อาหารแต่คือปรัชญา” เยีย ว่างสรุปไว้อย่างนั้น “ม้งคือนักเดินทาง เป็นกลุ่มเร่ร่อน และคือครอบครัว ครอบครัวที่ได้รับอิทธิพลจากประเทศและวัฒนธรรมอื่นๆ และสิ่งเหล่านี้ปลูกฝังอยู่ในวัฒนธรรมของคนม้ง
เขาพูดต่อว่าส่วนมากคริสจะเป็นคนทำอาหารส่วนเขาคอยวิ่งไปรอบๆ เพื่อพบปะผู้คน ทักทายพวกเขามากกว่า
สำหรับร้านอาหารปอบอัพครั้งแรกของเขาและคริสอยู่ที่ Cook St. Paul เมื่อสามปีที่แล้ว พวกเขาเริ่มต้นกันด้วยเงิน 350 ดอลลาร์ นั่นคือเงินทั้งหมดที่พวกเขาต้องใช้
อาหารจานเด็ดของร้านยูเนี่ยนคิทเช่นคือ ไก่ย่างชาวเขา เยียบอกว่าเป็นอาหารที่ทำจากไก่ธรรมดา ธรรมดามาก โดยเอาไก่ทั้งตัวออกมา ตัดมันและย่างช้าๆ บนตะแกรง ละเลงด้วยซอสร้อนๆ จากฝีมือแม่ ไก่ย่างชาวเขาเป็นอาหารที่ทำง่ายแต่กลายเป็นหนึ่งเมนูที่ขายดีของครัวยูเนี่ยนคิทเช่น
ตอนนี้เขาทั้งสองกำลังมองหาเมนูใหม่สำหรับเปิดเดือนกุมภาพันธ์นี้ บางทีอาจเป็นก๋วยเตี๋ยว
เยียทิ้งท้ายว่าการออกร้านครั้งต่อไปของครัวยูเนี่ยนคิทเช่นจะจัดที่ Market House Collaborative เวลา 10.00 น. ถึง 14.00 น. ของวันที่ 9 กุมภาพันธ์และสามารถพบกับครัวยูเนียนคิทเช่นได้ทุกๆ 6 วัน คือ จันทร์ พุธและพฤหัสเวลา 5 โมงเย็นถึง3ทุ่ม วันเสาร์ตอนบ่ายถึง 3 ทุ่ม และวันอาทิตย์บ่ายโมงถึง 5 โมงเย็น ที่ Sociable Cider Works

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.twincities.com นะครับ

ผู้นำชุมชนชาวม้งพบกับวุฒิสมาชิกเจนนิเฟอร์เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพ

วุฒิสมาชิกเจนนิเฟอร์ ชิลลิงประชุมกับบรรดาผู้นำชุมชนม้งลาครอสส์, วิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา

ชาวม้งในลาครอสส์ รัฐวิสคอนซิน ประเทศสหรัฐอเมริกาแบ่งปันความคืบหน้าและปัญหาที่พวกเขาเผชิญกับวุฒิสมาชิกเจนนิเฟอร์ ชิลลิง (Jennifer Shilling) ว่าโรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับสองของชาวม้งในรัฐวิสคอนซิน ขณะที่การฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุอันดับที่สี่ ขณะที่อัตราเมาแล้วขับของประชาชนในปี 2559 อยู่ที่ 41% และของชาวม้งอยู่ที่ 0.77% (งานวิจัยของ UW-La Crosse 2017) ทั้งนี้ วุฒิสมาชิกเจนนิเฟอร์ ชิลลิงต้องการทราบเกี่ยวกับข้อกังวลด้านสุขภาพเหล่านี้เพื่อพิจารณาบริหารงบประมาณของรัฐต่อไป ส่วนการพบปะระหว่างวุฒิสมาชิกเจนนิเฟอร์ ชิลลิงกับชาวม้งในครั้งนี้มีหน่วยงานด้านวัฒนธรรมและชุมชนม้ง (Hmoob Cultural and Community Agency) และองค์กรสหสัมพันธมิตรแห่งวิสคอนซิน (Wisconsin United Coalition of Mutual Assistance Association, Inc.) เป็นเจ้าภาพ

อ่านต้นฉบับได้ที่ : https://www.news8000.com/health/hmong-community-meets-with-state-senator-jennifer-shilling-to-talk-health-concerns/985236431

ซื้อทีวีรอเสียบปลั๊กมา 20 ปี วันนี้ได้ปิดตำนานหมู่บ้านไร้ไฟที่ตากแล้ว

หมู่บ้านชาวม้งที่บ้านวังน้ำเย็น อ.วังเจ้า จ.ตาก 321 ครัวเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้ หลังจากผ่านมากว่า 20 ปี ขณะนี้ กฟภ.ตากดำเนินการปักเสา ลากสายไฟจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับชาวบ้านเรียบร้อย…

จากกรณีที่ ชาวเขาเผ่าม้ง จังหวัดตาก ร้องเรียนไม่มีไฟฟ้าใช้มานาน 20 ปีแล้ว ทั้งที่หมู่บ้านอยู่ห่างจากถนนใหญ่เพียง 10 กิโลเมตร โดยได้มีการเสนอ เรื่องราวความเดือดร้อนของชาวบ้านไปแล้ว ช่วงกุมภาพันธ์ 2561 หรือเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา 
หมู่บ้านวังน้ำเย็น หมู่ 8 ตำบลนาโบสถ์ อำเภอวังเจ้า จังหวัดตาก ชาวบ้านที่นี่เป็นชาวเขาเผ่าม้ง ที่อพยพจากถ้ำกระบอก จังหวัดสระบุรี มาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ปี 2540 ปัจจุบันมี 321 ครัวเรือน ประชากรกว่า 2,000 คน ได้ร้องเรียนถึงปัญหาไม่มีไฟฟ้าใช้ โดยปัจจุบันใช้แผงโซลาร์เซลล์ ในการผลิตกระแสไฟฟ้า แต่กระแสไฟไม่เพียงพอ ที่ผ่านมาทางหมู่บ้านได้ร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตั้งแต่ปี 2547 แล้ว จนขณะนี้ก็ยังไม่มีหน่วยงานใดมาดำเนินการ ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนในการใช้ชีวิตประจำวัน กลางคืนไม่มีแสงสว่างจากไฟฟ้า ต้องอาศัยไฟจากตะเกียงและไฟจากแบตเตอรี่ ให้ความสว่างยามค่ำคืนเท่านั้น
แม้ว่าปัญหานี้ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดตาก ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านแล้ว แต่ติดปัญหาพื้นที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าประดาง-วังเจ้า จึงจัดสรรงบประมาณจัดซื้อแผงโซลาร์เซลล์ และแบตเตอรี่มอบให้เพื่อบรรเทาปัญหา แต่ก็ยังไม่เพียงพอเนื่องจากชุมชนขยายใหญ่มากขึ้น
ล่าสุด นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และ อบต.นาโบสถ์ ได้ร่วมกันประกอบพิธี เปิดจ่ายกระแสไฟฟ้า ให้แก่ ชาวบ้านวังน้ำเย็น ซึ่งสร้างความดีใจให้แก่ชาวบ้าน เป็นอย่างมาก 
นายพงษ์พัฒน์ แซ่ล้อ อายุ 48 ปี บอกว่า ตนเองซื้อทีวีสีเพื่อหวังว่าจะได้ใช้ดูข่าวสารบ้านเมือง เหมือนชุมชนอื่นๆ ตั้งแต่ปี 2541-2542 หรือราว 20 ปีที่แล้ว แต่เนื่องจากไม่มีไฟฟ้าใช้ จึงได้ตั้งวางโชว์ไว้บนชั้นวางทีวี เช่นเดียวกับเพื่อนบ้านคนอื่นๆ วันนี้ ได้มีการเปิดใช้ไฟฟ้า ทำให้ตนเองและเพื่อนบ้านได้มีโอกาสปัดฝุ่นทีวี สามารถเปิดดูข่าวสาร และดูละครเหมือนชุมชนอื่นๆ ได้แล้ว ปิดตำนาน 20 ปี หมู่บ้านไร้ไฟฟ้า บ้านวังน้ำเย็น โดยชาวบ้านได้แต่งชุดชาวเขาเผ่าม้ง มาเล่นดนตรีประจำชนเผ่า เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองแสงสว่างของไฟฟ้าด้วยความสุข 
ทั้งนี้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดตาก ได้รับหนังสืออนุญาตจาก อธิบดีกรมป่าไม้ ให้ใช้พื้นที่ในการปักเสา พาดสายเข้าหมู่บ้านวังน้ำเย็น เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 ทั้งนี้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน หลังจากวันที่ได้รับประกาศ อนุญาตจากอธิบดีกรมป่าไม้ โดยมีการก่อสร้างขยายเขตระบบไฟฟ้า ดังนี้
1. ก่อสร้างแผนกแรงสูง ปักเสา คอนกรีตอัดแรงขนาด 12 เมตร จำนวน 175 ต้น พาดสาย สายเคเบิลอากาศ (SAC) ขนาด 50 ตารางมิลลิเมตร ระยะทาง 4.7 กิโลเมตร
2. แผนกหม้อแปลง ติดตั้งหม้อแปลงขนาด 50 กิโลโวลต์แอมป์(KVA) จำนวน 1 เครื่อง และ หม้อแปลงขนาด 160 กิโลโวลต์แอมป์(KVA)จำนวน 2 เครื่อง
3. ก่อสร้างแผนกแรงต่ำ ปักเสา คอนกรีตอัดแรงขนาด 9 เมตร จำนวน 134 ต้น พาดสายอะลูมิเนียม ขนาด 50 ตารางมิลลิเมตร ระยะทาง 7.4 กม.

งบประมาณทั้งหมดในการขยายเขตระบบไฟฟ้าในครั้งนี้ได้รับจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA เป็นเงิน 7,385,145.61 บาท เฉลี่ยหลังคาเรือนละ 45,031.38 บาท ระยะเวลาในการดำเนินการก่อสร้างขยายเขตระบบไฟฟ้าบ้านวังน้ำเย็น เริ่มก่อสร้าง วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 แล้วเสร็จ วันที่ 26 ธันวาคม 2561 รวมระยะเวลาดำเนินการ 36 วัน.

ขอขอบคุณข่าวจาก https://www.thairath.co.th

ความสัมพันธ์ในเครือญาติของม้งขาว

ทวดของทวด = Yawg suab/Pog suab/Yawm txiv suab/Niam tais suab
ปู่ทวด = Yawg koob
ย่าทวด = Pog koob
ปู่ = Yawg
ย่า = Pog
ตาทวด = Yawm txiv laus
ยายทวด = Niam tais laus
ตา = Yawm txiv
ยาย = Niam tais
พ่อ = Txiv
พี่ชายของพ่อ = Txiv hlob
ภรรยาของพี่ชายของพ่อ = Niam hlob
พี่สาว/น้องสาวของพ่อ = Phauj
สามีของพี่สาว/น้องสาวของพ่อ = Yawg laus
น้องชายของพ่อ = Txiv ntxawm
ภรรยาของน้องชายของพ่อ = Niam ntxawm
แม่ = Niam
พี่ชาย/น้องชายของแม่ = Txiv dab laug
ภรรยาพี่ชาย/น้องชายของแม่ = Niam dab laug
พี่สาว/น้องสาวของแม่ = Niam tais
สามีของพี่สาว/น้องสาวของแม่ = Yawm txiv
พี่ชาย/น้องชาย (ผู้หญิงเรียก) = Nus
พี่ชาย = Tij laug
น้อชาย = Kwv
พี่ชายของสามี = Txiv laus
น้องชายของสามี (ให้เรียกชื่อเฉยๆ)
สามีของพี่สาว = Yawm yij (ผู้ชายเรียก)/Txiv laus (ผู้หญิงเรียก)
พี่ชาย/น้องชายของภรรยา = Dab laug
สามีของพี่สาวของภรรยา = Txiv laus
สามีของน้องสาวของภรรยา = Txiv hluas
สามีของน้องสาว = Yawm yij (ผู้ชายเรียก)/Txiv hluas (ผู้หญิงเรียก)
สามี = Tus txiv
ภรรยา =Poj niam
ลูก = Me nyuam
ลูกชาย = Me tub
ลูกสาว = Me ntxhais
ลูกสะใภ้ = Nyab
หลาน/เหลน = Xeeb ntxwv
แม่สามี = Niam pog
แม่ภรรยา = Niam tais
ลูกของพี่ชาย = Tij tub
ลูกของน้องชาย = Kwv tub
พี่สาว/น้องสาว (ผู้ชายเรียก) = Muam
พี่สาว (น้องสาวเรียก) = Viv/ Niam laus
น้องสาว (พี่สาวเรียก) = Ncaus/Niam hluas
พี่สาว/น้องสาวของสามี = Muam
ภรรยาของพี่ชาย = Niam tij (น้องชายเรียก)/ Nyab/ Tis Nyab (น้องหรือพี่สาวเรียก)
ภรรยาของน้องชาย = Niam ntxawm (พี่ชายเรียก)/ Nyab/ Tis Nyab (ผู้หญิงเรียก)
พี่สาวของภรรยา = Niam laus
น้องสาวของภรรยา = Niam hluas
ลูกเขย = Vauv


ชาวม้งผู้ประสบอุทกภัยหันมานับถือศาสนาคริสต์

คุณพ่อ Peter Phan Kim Huan มอบแสงเทียนแก่บรรดาชาวม้งที่รับศีลล้างบาปเข้าสู่ศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิกในจังหวัดลายเจา ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561 (ภาพ : Peter Truong)

Joseph Sung A Phia ชายชราวัย 77 ปีชาวม้งในจังหวัดลายเจา ประเทศเวียดนามตัดสินใจพาครอบครัวมานับถือศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิกหลังจากผู้ศรัทธาจำนวนมากให้การช่วยเหลือครอบครัวเขาภายหลังน้ำท่วม
ไม่ใช่แค่ความเอื้ออาทรของสหายคาทอลิกครั้งนี้เท่านั้นที่เปลี่ยนใจชายชรา แต่เขายังประสบด้วยตนเองว่าชาวบ้านที่นับถือศาสนาคริสต์ทุกคนต่างเข้าโอบกอดเขาด้วยความรักถึงแม้ครอบครัวของเขาจะขัดสน ไร้สิ่งตอบแทน สิ้นเนื้อประดาตัวไม่มีที่อยู่อาศัย สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาแห่งความรักจริงๆ
“ฉันดีใจที่ได้รู้จักพระเจ้าและได้เป็นลูกของพระองค์ ฉันหวังว่าฉันจะใช้ชีวิตที่เหลือเพื่อชื่นชมยินดีพระองค์” ชายชราบอกกับสำนักข่าว ucanews
“ฉันขอบใจทุกๆคนที่คอยเป็นกำลังใจให้ อีกทั้งบริจาคอาหาร เสื้อผ้าและให้ที่พักแก่ครอบครัวของฉันที่ประสบอุทกภัยมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน ขอบใจทุกคนจริงๆ” ชายชราทิ้งท้าย
ข่าวจาก : https://international.la-croix.com

ตำนานกำเนิดโลกและสรรพสิ่ง

ตามตำนานเรื่องเล่าในหนังสือ Myths, Legends&Folk tales of the Hmong of Laos บันทึกว่า “นานมาแล้วจักรวาลไร้สรรพสิ่ง มีเพียงพิภพที่ว่างเปล่า ปรากฏบุรุษผู้หนึ่งออกมาจากรอยแยกของเทือกเขา ชายผู้นี้นามว่า ‘ลู่ตุ๊’ (Luj Tub) เขาออกมาจากใต้พิภพสู่แผ่นดินที่มืดมิด ท้องนภาอยู่แค่เอื้อม ไร้สุรอยาแลจันทรา ต่อมาไม่นานสตรีผู้หนึ่งจึงมุดรอยแยกตามออกมา เธอมีนามว่า ‘ซีฉี’ (Ntxhi Chiv) มาอยู่คู่กับเธอบนปฐพีที่เวิ้งว้างไร้สรรพสิ่ง
เมื่อครั้งลู่ตุ๊กำเนิดจากดินนั้น เขาถือดอกไม้ดวงหนึ่งมาด้วย ดอกไม้นั้นมีเมล็ดเต็มฝัก เขาเรียกมันว่า ดอกเจอจี (Paj Caws Ci/ผู้เขียนตั้งข้อสังเกตว่าน่าใช่ดอกทานตะวันหรือ Paj Noob Hli) เขาทั้งสองจึงใช้หินไฟก่อกองไฟให้แสงสว่างและความอบอุ่น ทั้งสองย่างเมล็ดนี้เป็นอาหารจนใกล้หมด ลู่ตุ๊จึงหว่านทั่วแผ่นดิน ทุกเมล็ดงอกต้นเดียวเท่านั้น ต้นไม้นี้ออกฟักออกรวงตามลำต้น ฝักใกล้โคนต้นเรียกว่า ข้าวโพดเจ็ดใบ (Pob kws xya nplooj) ฝักถัดมาเรียกว่า ข้าวโพดเหนียวสีเหลืองใหญ่ (Pob kws nplaum daj loj) ฝักสูงขึ้นมาเป็นข้าวโพดขาวเล็ก (Pob kws cauj qaib) สูงขึ้นมาอีกเป็นข้าวโพดแล้ง (Pob kws taj) สูงอีกคือข้าวโพดเหนียวสีขาว (Pob kws nplaum dawb) ที่ยอดนั้นออกเมล็ดรวงข้าวทั้งสี่ (Nplej, Qib, Pias, Txhuv)
ขณะนั้นเกิดพายุโหมกระหน่ำพัดพาฝักและรวงทั้งหลายกระจายไปทั่วแคว้น เมล็ดข้าวปลิวสู่ท้องทุ่ง เมล็ดข้าวฟ่างล่องลอยสู่ยอดดอย เมล็ด Pias กับ Txhuv ตกที่ไหล่เขา เมล็ดข้าวโพดร่วงหล่นใต้หุบเขา เมื่อเป็นเช่นนี้ต้นเจอจีจึงยืนต้นเหลือเพียงแกลบ
นานวันผ่านไปมีเสียงเคาะประตูขึ้นพร้อมกับคำวิงวอนจากด้านนอกว่า “พ่อกับแม่เปิดประตูให้หนูหน่อย”
ทั้งสองตกใจ “เธอเป็นใคร”
เสียงนั้นตอบว่า “หนูคือข้าวโพดเจ็ดใบจากต้นเจอจี”
ลู่ตุ๊กับภรรยาถามต่อ “แล้วเธอจะมาอยู่ที่ไหน”
ข้าวโพดเจ็ดใบตอบ “หนูตัวเล็กและหวาดกลัวความมืดของมาอยู่บนหิ้งเหนือกองเพลิง (Qab nthab)”
ทั้งสองเปิดประตู ลู่ตุ๊จึงแขวนข้าวโพดเจ็ดใบไว้ที่หิ้งเหนือเตาไฟ
สองสามวันต่อมาข้าวโพดเหนียวสีเหลืองใหญ่และข้าวโพดขาวเล็กตามมาอยู่ด้วย ส่วนข้าวโพดแล้งนั้นมีปริมาณมากจึงขอให้ลู่ตุ๊สร้างยุ้ง (Txhab) ไว้ให้อยู่
เมื่อข้าวโพดกลับบ้านกันหมดแล้วจึงถึงเวลาของข้าวฟ่างทั้งสอง คือ Pias และ Txhuv เดินทางมาขออาศัยอยู่ในตะกร้า (Tawb) ข้าวฟ่างนั้นไม่ขออยู่ร่วมกับข้าวฟ่างทั้งสอง ขอปลีกตัวอยู่ตนเดียวในตะกร้าใหญ่ (Phawv) ข้าวเปลือกเดินทางมาถึงสุดท้ายมาขออยู่ในยุ้งฉาง (Zuv)
เมื่อมีธัญหารเต็มบ้านแล้ว ซีฉีจึงตั้งครรภ์ได้ 9 ปีไม่กำเนิดบุตร ลู่ตุ๊จึงถือขันและตะเกียบมาเสี่ยงทายดูสิว่าทารกในครรภ์นั้นลูกมนุษย์หรือปีศาจ บุตรชายในครรภ์ภรรยาตอบกลับมาว่าบุตรมนุษย์ผู้จะมาเป็นเจ้าเหนือสรรพสิ่ง ยามได้เวลาตนจึงจะออกมา ขณะนั้นซีฉีอยากอาหารยิ่งนัก ลู่ตุ๊จึงเปิดรอยแยกของพิภพให้บรรดาสรรพสัตว์ออกมา ลู่ตู๊เห็นว่าไก่นั้นจะอร่อยต้องเจาะท้องดึงอัณฑะออก (ทำหมันไก่) ส่วนหมูนั้นต้องตัดอัณฑะด้วยเช่นกันถึงไร้กลิ่นหืน
เมื่อถึงกำหนดบุตรชายจึงโผล่ออกมาจากสีข้างมารดา พร้อมกับมือขวาถือมีดโกน มือซ้ายพกขวดน้ำมนต์ เด็กน้อยมีนามว่า ‘เท้งจื๋อ’ (Theeb Tswv) เมื่อครบสามวันสองพ่อลูกเห็นว่าโลกนี้คับแคบเกินจำต้องขยายออก ทั้งสองจึงกระทึบเท้าตบมือจนท้องนภาลอยขึ้นสูง ผืนปฐพีแผ่ออกไกล เท้งจื๋อหยิบเสาโลหะสี่ต้นมาค้ำท้องฟ้าทั้งสี่มุมไว้ ปั้นเสาใหญ่มาค้ำไว้กลางแผ่นดินแยกท้องฟ้าเป็น 4 ด้าน จากนั้นสร้างหอคอยไว้ปลายยอดของเสาใจกลางโลกให้หินไฟสีทองและสีเงินคอยประดับส่องสว่าง ดวงไฟสีทองให้สตรีคอยขับส่องสว่างยามกลางวัน บุรุษขับดวงไฟสีเงินนำทางสรรพสัตว์ยามกลางคืน ดังนั้น เทพีสุรีย์และเทพจันทราจึงกำเนิด เมื่อเป็นดังนี้แล้วเท้งจื๋อจึงขึ้นไปประทับบนสรวงสวรรค์ปกครองทั่วจักรวาล
ต่อมาซีฉีได้ให้กำเนิดเย่อซ้อหรือเย่อย่ง (Yawm Xob/Yawg Nyoog) ผู้โหดร้าย เท้งจื๋อจึงมอบแผ่นดินโลกให้น้องชายดูแล ผู้ใดทำบาปให้เขามีสิทธิ์คร่าชีวิตผู้นั้น
ไม่นานนักทั้งสองได้กำเนิดก้อนเนื้อก้อนหนึ่ง ทั้งสองเกรงว่านี่คือบุตรปีศาจจึงนำไปทิ้งไว้กลางแจ้งให้แดดแผดเผา ลู่ตุ๊ได้ยินเสียงสนทนาออกมาจากข้างใน จึงใช้เหล็กลนไฟเจาะดูปรากฏมนุษย์ผิวคล้ามออกมา เรียกชนเผ่านี้ว่า ขมุ
ลู่ตุ๊เจาะอีกด้านชนเผ่าผิวขาวและเหลืองถึงออกมา คราวนี้มนุษยชาติจึงกระจายทั่วแผ่นดินโลก แต่มนุษย์นั้นไร้ดวงตา ลู่ตุ๊จึงตีเหล็กเป็นนัยน์ตาสีดำ ทองคำเป็นตาเหลือง เงินเป็นส่วนตาขาวให้มวลมนุษย์ มนุษย์จึงมีตาเหล็ก ตาทองและตาเงิน (Qhov muag nyiaj, qhov muag kub, qhov muag hlau)”